กมธ.ป.ป.ช.แจงปมขัดแย้ง ยันไม่ย้ายประธาน หลังชงแก้กฎหมายป.ป.ช.
กมธ.ป.ป.ช.แจงปมขัดแย้ง ยันไม่ย้ายประธาน ชงแก้กฎหมายป.ป.ช.

คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ป.ป.ช.) หรือ กมธ.ป.ป.ช. ออกมาแถลงชี้แจงกรณีที่มีกระแสข่าวถึงความขัดแย้งภายในคณะกรรมาธิการ โดยเฉพาะประเด็นการเสนอญัตติย้ายประธานกรรมาธิการ ซึ่งทางคณะกรรมาธิการยืนยันว่าไม่เป็นความจริง และไม่มีการเสนอญัตติดังกล่าวแต่อย่างใด

ยืนยันไม่มีการย้ายประธานกรรมาธิการ

นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะรองประธานกรรมาธิการคนที่หนึ่ง เปิดเผยว่า ทางคณะกรรมาธิการฯ ได้มีการประชุมและหารือกันอย่างต่อเนื่อง โดยยืนยันว่าไม่มีการเสนอญัตติย้ายประธานกรรมาธิการตามที่เป็นข่าว เนื่องจากประธานกรรมาธิการยังคงปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเหมาะสม และไม่มีเหตุอันสมควรที่จะต้องย้าย

ทั้งนี้ นายรังสิมันต์กล่าวเพิ่มเติมว่า ข้อขัดแย้งที่เกิดขึ้นอาจเป็นเพียงความเห็นที่แตกต่างในบางประเด็นทางเทคนิค ซึ่งเป็นเรื่องปกติในการทำงานของคณะกรรมาธิการที่มีสมาชิกจากหลายพรรคการเมือง และทุกฝ่ายยังคงร่วมมือกันทำงานเพื่อให้การพิจารณาร่างกฎหมายเป็นไปอย่างราบรื่น

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

แก้ไขกฎหมายป.ป.ช. ยังคงเดินหน้าต่อไป

สำหรับความคืบหน้าในการพิจารณาร่างกฎหมายป.ป.ช. นั้น คณะกรรมาธิการฯ ยังคงดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป โดยมีกำหนดการประชุมเพื่อพิจารณารายมาตราในสัปดาห์หน้า ซึ่งคาดว่าจะสามารถสรุปผลการพิจารณาได้ภายในกรอบเวลาที่กำหนด

นายรังสิมันต์ยังกล่าวอีกว่า เนื้อหาสำคัญของร่างกฎหมายนี้มุ่งเน้นไปที่การเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของคณะกรรมการป.ป.ช. และการป้องกันการทุจริตในภาครัฐ โดยเฉพาะการกำหนดโทษที่รุนแรงขึ้นสำหรับผู้กระทำผิด รวมถึงการเพิ่มมาตรการตรวจสอบทรัพย์สินของนักการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ข้อขัดแย้งไม่กระทบกระบวนการนิติบัญญัติ

ด้านนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติพัฒนากล้า ในฐานะกรรมาธิการฯ กล่าวว่า แม้จะมีความเห็นที่แตกต่างกันในบางประเด็น แต่ทุกฝ่ายยังคงให้ความสำคัญกับเป้าหมายร่วมกัน คือการออกกฎหมายที่มีประสิทธิภาพในการปราบปรามการทุจริต ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของประเทศ

นายอรรถวิชช์ยังระบุว่า ข้อขัดแย้งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องปกติของกระบวนการประชาธิปไตย และไม่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของคณะกรรมาธิการแต่อย่างใด โดยยืนยันว่าการพิจารณาร่างกฎหมายจะดำเนินต่อไปตามกำหนดการ

กำหนดการประชุมครั้งต่อไป

คณะกรรมาธิการฯ มีกำหนดประชุมครั้งต่อไปในวันจันทร์ที่ 10 กรกฎาคม 2566 เพื่อพิจารณาร่างกฎหมายในรายมาตรา โดยเฉพาะในประเด็นที่ยังมีความเห็นต่างกัน เช่น เรื่องอำนาจในการไต่สวนของคณะกรรมการป.ป.ช. และการกำหนดโทษปรับทางปกครอง

ทั้งนี้ คาดว่าการพิจารณาจะแล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคมนี้ ก่อนที่จะส่งให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาในวาระที่สองและสามต่อไป