ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์รับคำร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ขอให้ยุบพรรคก้าวไกล เนื่องจากมีพฤติกรรมเข้าข่ายล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยศาลได้สั่งให้พรรคก้าวไกลยื่นคำชี้แจงภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับคำสั่ง
ปมการแก้ไขมาตรา 112
คำร้องดังกล่าวสืบเนื่องมาจากการที่พรรคก้าวไกลเสนอร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ซึ่งเป็นกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ โดยศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยไว้ก่อนหน้านี้ว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการล้มล้างการปกครอง ต่อมา กกต. จึงมีมติส่งเรื่องให้ศาลวินิจฉัยยุบพรรค
พรรคก้าวไกลเตรียมชี้แจง
นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวว่าพรรคพร้อมที่จะชี้แจงต่อศาล และยืนยันว่าพรรคไม่ได้มีเจตนาล้มล้างการปกครอง แต่เป็นการใช้สิทธิทางรัฐสภาในการเสนอร่างกฎหมายตามกระบวนการประชาธิปไตย พร้อมทั้งระบุว่าการยุบพรรคจะส่งผลกระทบต่อการเมืองไทยในระยะยาว
กำหนดการพิจารณาคดี
ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดให้พรรคก้าวไกลยื่นคำชี้แจงภายในวันที่ 15 เมษายนนี้ จากนั้นศาลจะนัดพิจารณาคดีต่อไป หากศาลวินิจฉัยให้ยุบพรรค คณะกรรมการบริหารพรรคจะถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี และสมาชิกภาพของ สส. ที่เป็นกรรมการบริหารจะสิ้นสุดลงทันที
ปฏิกิริยาจากฝ่ายการเมือง
ฝ่ายรัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาลส่วนใหญ่แสดงความเห็นว่าการรับคำร้องของศาลเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ขณะที่ฝ่ายค้านและกลุ่มผู้สนับสนุนพรรคก้าวไกลออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง โดยมีการนัดรวมตัวเพื่อติดตามการพิจารณาคดีของศาลในวันที่ 15 เมษายนนี้
ผลกระทบต่อการเมืองไทย
นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์มองว่าคดีนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตการเมืองไทย หากศาลมีคำสั่งยุบพรรคก้าวไกล จะเป็นครั้งที่สองในรอบ 5 ปีที่พรรคการเมืองขนาดใหญ่ถูกยุบ ส่งผลให้เกิดสุญญากาศทางการเมืองและอาจนำไปสู่ความขัดแย้งในสังคม



