“ดร.เรือบิน” เผยพิสูจน์บาร์โค้ดย้อนลำดับบัตรเลือกตั้ง หวั่นถูกใช้เป็น Big Data วางแผนการเมือง
ดร.เรือบินเผยบาร์โค้ดย้อนลำดับบัตรเลือกตั้ง หวั่น Big Data วางแผนการเมือง

“ดร.เรือบิน” เผยพิสูจน์แล้ว บาร์โค้ดย้อนลำดับบัตรเลือกตั้ง หวั่นถูกใช้ข้อมูล Big Data วางแผนการเมือง

เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ที่โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพฯ คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตยได้จัดการประชุมร่วมกับองค์กรประชาธิปไตย นักวิชาการ และเครือข่ายภาคประชาชน เพื่อตรวจสอบการทุจริตการเลือกตั้ง 69 และกำหนดยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนตรวจสอบการทุจริต รวมถึงการตรวจสอบ กกต. ข้อเสนอ และแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อปฏิรูปองค์กรอิสระ

ดร.เรือบินเผยวิธีการตรวจสอบบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง

นายธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์ หรือ ดร.เรือบิน ผู้อำนวยการดีโหวต มหาวิทยาลัยศรีปทุม กล่าวถึงวิธีการตรวจสอบบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ด ซึ่งสามารถย้อนกลับไปหาบุคคลที่ใช้สิทธิได้ โดยอธิบายว่า จากการตั้งกล้องบันทึกภาพในวันเลือกตั้งใหม่ที่กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ตลอดทั้งวัน และใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ช่วยคำนวณคาดเดาการเลือกของบุคคลที่มาใช้สิทธิในช่วงนับคะแนนถ่ายบัตรสีเขียวและชมพูทุกใบ

หากนำมาเปรียบเทียบกับภาพในช่วงเริ่มใช้สิทธิ จะเห็นคนที่ลงชื่อคนที่ 1 และคนลำดับต่อๆ ไป ก็จะสามารถจับคู่คนที่มาใช้สิทธิให้ตรงกับลำดับบาร์โค้ดได้ ทำให้พิสูจน์ทราบได้ว่าบัตรใบไหนเป็นของบุคคลที่มาใช้สิทธิคนที่เท่าไหร่

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ดังนั้น จากการออกแบบกระบวนการนี้ ทำให้ผู้ตั้งใจทุจริตการเลือกตั้งสามารถตรวจสอบได้ว่าการซื้อเสียงนั้นเกิดผลสำเร็จหรือไม่ แม้ไม่สามารถตรวจสอบได้ถูกต้องใกล้เคียง 100% และหากผู้มีอำนาจได้ข้อมูลนี้ไป สั่งการบุคคลในองค์กรอิสระและหน่วยงานราชการ อาจนำข้อมูลที่มีสร้างเป็น Big Data เพื่อวางแผนจัดการให้เกิดผลสำเร็จทางการเมืองในอนาคตได้

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

นายธรรม์ธีร์ยังเชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งต่อไปน่าจะไม่มีเรื่องบาร์โค้ดหรือคิวอาร์โค้ดแล้ว แต่ในเมื่อมีแล้ว กกต. อ้างว่าใช้เพื่อตรวจสอบบัตรปลอมบัตรเขย่ง ถ้าวันนี้เราลองนับใหม่ทั่วประเทศ ก็จะทราบว่ามีคะแนนคลาดเคลื่อนไปเท่าไหร่

สมชัยเตรียมจัดเลือกตั้งจำลองถอดรหัสบาร์โค้ด

ขณะที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง กล่าวว่า จากการสังเกตทำให้รู้ว่าบัตรสีเขียวที่มีคิวอาร์โค้ดซึ่งสะท้อนกลับไปยังเล่ม โดยที่แต่ละเล่มมีบัตรเลือกตั้ง 20 ใบ ใช้คิวอาร์โค้ดเดียวกันหมด หากเป็นเช่นนี้จริงไม่น่าเป็นปัญหาในการล่วงรู้ถึงการออกเสียงของผู้มีสิทธิแต่ละคน

เว้นแต่พิสูจน์ได้ว่าในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ คิวอาร์โค้ดไม่ได้สะท้อนกับเล่มแต่ไปสะท้อนถึงบัตรเลือกตั้งแต่ละใบ ในขณะที่บัตรสีชมพูมีบาร์โค้ดด้านล่างซึ่งสามารถสแกนจากมือถือและสะท้อนไปยังรหัส 9 หลักของใบเลือกตั้งแต่ละใบได้ จึงพิสูจน์ได้ว่าไม่จำเป็นต้องมีของวิเศษ 3 อย่าง คือ บัตรเลือกตั้ง ต้นขั้วบัตร บัญชีรายชื่อ แต่แค่สังเกตการณ์หน้าหน่วยก็สามารถบอกได้แล้ว ซึ่งง่ายมาก

และเรื่องนี้ไม่ใช่แค่ทฤษฎี แต่จะทำให้เห็นโดยในวันพุธที่ 4 มีนาคม 2569 เวลา 13.30 น. จะสาธิตการจัดเลือกตั้งจำลอง โดยใช้บัตรเลือกตั้งจำลอง ซึ่งจะมีรูปร่างคล้ายบัตรเลือกตั้งของ กกต. โดยจะให้ตัวแทนสื่อมวลชน 10 คน เข้าไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งในคูหาและให้ถ่ายรูปเก็บไว้กับตัว ไม่ต้องเปิดเผยให้ใครรู้

หลังจากการเลือกเสร็จสิ้นจะให้ทีมตรวจสอบ เป็นทีมผู้เชี่ยวชาญ 5 ทีม และทีมประชาชน 5 ทีม ประกอบด้วย ทีมนักศึกษามหาวิทยาลัย 1 ทีม ทีมมัธยม 1 ทีม ทีมประถม 1 ทีม และประชาชนทั่วไป 2 ทีม ซึ่งจะใช้วิธีถอดรหัสของตัวเอง อุปกรณ์ต้องนำมาเอง โดยจะให้เวลา 30 นาที ในการถอดรหัสว่าบัตรแต่ละใบเป็นของผู้สื่อข่าวคนใด

เพื่อให้คนไทยรู้ว่าการออกแบบบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดอยู่ด้านล่างไม่ว่าจะมีต้นขั้วหรือไม่ก็สามารถบอกได้ว่าใครเลือกใคร ประชุมรัฐสภา โดยคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา จะส่งหนังสือเชิญอัครราชทูตของแต่ละประเทศ และนักวิชาการ มาให้ความเห็นว่าการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เป็นความลับ และมาเป็นสักขีพยานในการจำลองครั้งนี้ด้วย

โดยนายสมชัยกล่าวว่า วัตถุประสงค์ของการจำลองการเลือกตั้งเพื่อพิสูจน์ว่าการออกแบบบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดเป็นการออกแบบที่ไม่ได้เรื่อง โดยไม่ได้สนใจว่าหากมีการส่งเรื่องนี้ไปถึงศาลแล้วจะวินิจฉัยออกมาอย่างไร