รังสิมันต์ โรม เปิดอภิปรายรัฐบาลเพิกเฉยปราบสแกมเมอร์ ไม่ออกหมายแดงจับเบน สมิธ
รังสิมันต์ อภิปรายรัฐบาลเพิกเฉยปราบสแกมเมอร์ ไม่จับเบน สมิธ

รังสิมันต์ โรม เปิดอภิปรายรัฐบาลเพิกเฉยปราบสแกมเมอร์ ไม่ออกหมายแดงจับเบน สมิธ

วันนี้ (10 เมษายน 2569) เวลา 08.10 น. ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาชน ได้อภิปรายในห้องประชุมรัฐสภา โดยหยิบยกปัญหาด้านความมั่นคงและการปราบปรามสแกมเมอร์ของรัฐบาลมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างตรงไปตรงมา

รัฐบาลเพิกเฉยการปราบสแกมเมอร์ ไม่ดำเนินคดีเครือข่ายใหญ่

นายรังสิมันต์ ชี้ให้เห็นว่าตัวเลขคดีสแกมเมอร์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนั้นสวนทางกับการแถลงข่าวของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยเขาท้วงติงว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นเพียงการเลื่อนลอยและไม่สอดคล้องกับสถิติข้อเท็จจริงจากตำรวจ ซึ่งถือว่ายังห่างไกลจากการเดินหน้าปราบปรามอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นที่น่าพอใจ

พร้อมกันนี้ เขาได้เรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการขยายผลเอาผิดกับเครือข่าย "ฮุยวันเพย์" แพลตฟอร์มโอนเงินคริปโตออนไลน์จากกัมพูชา ที่มีความเชื่อมโยงกับ "เบน สมิธ และภรรยา" โดยชี้ว่ารัฐบาลกลับไม่ดำเนินการใดๆ ทั้งไม่ออกหมายแดงจับนายเบน สมิธ และนางแคทรียา บีเวอร์ ปล่อยให้ทั้งคู่ใช้ชีวิตสุขสบายในต่างประเทศ

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ตั้งคำถามถึงความเชื่อมโยงกับบุคคลในรัฐบาลและกักตุนน้ำมัน

นายรังสิมันต์ ยังไล่เลียงถึงความเชื่อมโยงระหว่างนายประเสริฐ จันทรรวงทอง กับบริษัทเอกชนจากสิงคโปร์ที่เคยลงนามบันทึกความเข้าใจกับกระทรวงดีอี โดยชี้ว่ามีการเก็บข้อมูลม่านตาของคนไทยไปกว่า 1.2 ล้านคน ซึ่งเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) แต่กลับได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี และมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายฟอกเงินขนาดใหญ่

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

นอกจากนี้ เขายังตั้งคำถามถึงสาเหตุที่น้ำมันมีราคาแพง โดยชี้ว่าอาจมาจากการถอนทุนทางการเมืองของนายทุนน้ำมันในพรรคการเมือง ซึ่งเป็นวัฏจักรอุบาทว์ที่กัดกินทำลายสังคมไทย โดยอ้างว่ามีบุคคลที่รู้จักกันในนาม "เสี่ย ต." ในจังหวัดอ่างทอง ที่เกี่ยวข้องกับการกักตุนน้ำมันและมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับบุคคลในรัฐบาล แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการดำเนินการเอาผิดตามกฎหมาย แม้เวลาจะผ่านมาแล้วกว่า 3 สัปดาห์

การตอบสนองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ในขณะเดียวกัน มีรายงานจาก "เอกนิติ" ที่ชี้ว่าไม่มีน้ำมันราคาถูกอีกเป็นเวลา 1-2 ปี และกำลังพิจารณามาตรการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางและภาคการขนส่งในวันที่ 11 เมษายนนี้ ส่วนนายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ย้ำว่าไม่มีเส้นสายและสั่งการให้ปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติอย่างจริงจัง

ขณะที่ ปปง. (สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน) ได้ดำเนินการยึดและอายัดทรัพย์สินเพิ่มเติมจากเครือข่าย "ยิม เลียก-เบน สมิธ" เป็นมูลค่ากว่า 8,269 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงความพยายามในการต่อต้านอาชญากรรมทางการเงิน แต่ยังคงมีคำถามถึงประสิทธิภาพของรัฐบาลในการดำเนินคดีกับผู้ต้องสงสัยหลัก

การอภิปรายครั้งนี้เน้นย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาสแกมเมอร์และอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเรียกร้องให้รัฐบาลแสดงความจริงใจและดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น เพื่อปกป้องประชาชนและฟื้นฟูความเชื่อมั่นในระบบยุติธรรม