ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องปมบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง กกต.ต้องชี้แจงภายใน 15 วัน
ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องปมบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง

ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องปมบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง กกต.ต้องชี้แจงภายใน 15 วัน

ความตื่นเต้นและความกังวลใจเกิดขึ้นอย่างมากในแวดวงการเมือง เมื่อ ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 รับคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดินเกี่ยวกับกรณี บัตรเลือกตั้ง ที่มีการจัดพิมพ์ บาร์โค้ด และ คิวอาร์โค้ด ไว้เพื่อพิจารณา หลังเป็นประเด็นร้อนที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง โดยฝ่ายที่คัดค้านเห็นว่า การมีโค้ดเหล่านี้บนบัตรเลือกตั้งเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชน เนื่องจากอาจสามารถเชื่อมโยงตรวจสอบย้อนหลังไปยังผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ ว่าลงคะแนนให้กับพรรคการเมืองใด ส่งผลขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 83 และ 85 ที่กำหนดให้การเลือกตั้งต้องเป็นไปโดยตรงและลับ

ประเด็นหลักที่ กกต. ถูกตั้งคำถาม

นี่ถือเป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ถูกตั้งคำถามจากข้อครหาของประชาชนที่ไม่มั่นใจในการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. ตั้งแต่การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ปี 2567 ที่กลายเป็นคดีความฮั้วเลือก สว. แต่ กกต. กลับดำเนินคดีล่าช้าเกินเหตุ ยิ่งไปกว่านั้น คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ซึ่งนายอิทธิพร บุญประคอง อดีตประธาน กกต. ตั้งขึ้น ได้มีมติ 5 ต่อ 2 เห็นว่าข้อกล่าวหาคดีฮั้ว สว. 229 คน ไม่มีมูลความผิด ขณะนี้อยู่ระหว่างทำความเห็นเสนอต่อ กกต.ชุดใหญ่พิจารณา

ขณะที่การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ก็มีข้อครหาต่อ กกต. มากมาย ทั้งเรื่องการใช้กลไกอำนาจรัฐเอื้อประโยชน์ให้บางพรรค เรื่องซื้อเสียงหลักพันบาทที่ประชาชนต่างทราบกันดีแต่ กกต. ไม่ทราบ กระทั่งการนับคะแนน เรื่องจำนวนบัตรเขย่ง และการทำหน้าที่ของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง หรือ กปน. เรื่องการเก็บรักษาหีบบัตรเลือกตั้งไม่เป็นไปตามระเบียบกำหนด รวมถึงประเด็นบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ขั้นตอนต่อไปหลังศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้อง

จากนี้ไป หลังจากศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย ศาลจะสั่งให้ผู้ถูกร้อง คือ กกต. และเลขาธิการ กกต. ส่งคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 วัน และให้ผู้ร้อง รวมถึงผู้ถูกร้อง ยื่นบัญชีระบุพยานหลักฐานต่อศาลภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือเรียก แม้ว่าโดยทั่วไปอาจสามารถขยายเวลาได้ แต่ความน่าสนใจแรกคือในที่สุด กกต. ก็ต้องเผชิญกับการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ แม้ว่าสุดท้ายอาจได้รับการวินิจฉัยในทางบวกต่อ กกต. แต่เชื่อว่า กกต. และนายเสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ก็คงต้องลุ้นกันตัวโก่งเช่นกัน แม้จะพยายามอ้างและใช้กฎหมายเป็นที่พึ่งมาตลอด ต้องไม่ลืมว่า กกต.ชุด "3 หนา" ก่อนหน้านี้ ก็เคยโดนร้องเรียนเรื่องการทำหน้าที่ และต้องติดคุกตอนแก่ให้เห็นมาแล้ว

ความน่าสนใจประการที่สองเกี่ยวกับองค์กรอิสระ

ความน่าสนใจประการที่สองคือ เป็นเรื่องร้องเรียนการทำหน้าที่ขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ที่เกิดขึ้นไล่เลี่ยกับหนึ่งในกรรมการในองค์กรอิสระอีกแห่งหนึ่ง คือ นายเอกวิทย์ วัชวัลคุ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ในกรณีถูกกล่าวหารับสินบนทองคำ 246 บาททองคำจาก พล.ต.อ.สุรเชษษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนดำเนินการของคณะผู้ไต่สวนอิสระชุดแรกในประวัติศาสตร์ ที่ประธานศาลฎีกาลงนามแต่งตั้ง 9 คนและมีกำหนดประชุมนัดแรกไปแล้ว

เรื่องนี้ตอกย้ำว่า การทำหน้าที่ของกรรมการและองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ต้องรอบคอบ รอบด้าน ตระหนักในบทบาทและภาระหน้าที่ที่ต้องมาพร้อมกับความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ หาไม่แล้วจะไม่มีใครช่วยอะไรได้ ตามที่ "ประจักษ์ มะวงศ์สา" บรรณาธิการอาวุโสได้กล่าวไว้