นับคะแนนใหม่ในประจวบคีรีขันธ์ หลังพบคลาดเคลื่อนบัตรเสีย
คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้ดำเนินการนับคะแนนบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อใหม่ ใน 2 หน่วยเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีคำสั่งให้นับคะแนนใหม่ เนื่องจากตรวจพบว่า กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งได้ขีดคะแนนในแบบรายงานผลขาดไปหน่วยละ 1 คะแนน ซึ่งเกิดจากการนับคะแนนคลาดเคลื่อนในกลุ่มบัตรเสีย
รายละเอียดการนับคะแนนใหม่
การนับคะแนนใหม่ครั้งนี้ครอบคลุมหน่วยเลือกตั้งที่ 2 ในตำบลไร่ใหม่ และหน่วยเลือกตั้งที่ 8 ในตำบลสามร้อยยอด ซึ่งอยู่ในเขตเลือกตั้งที่ 1 ของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที จึงแล้วเสร็จสมบูรณ์ กระบวนการนี้มีตัวแทนจากภาคประชาชน รวมถึงนักการเมืองจากพรรคประชาธิปัตย์และพรรคประชาชน เข้าร่วมสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือ
ผลการนับคะแนนใหม่พบว่า จำนวนคะแนนที่ได้ตรงกับจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งในทั้งสองหน่วยเลือกตั้ง โดยในหน่วยเลือกตั้งที่ 8 ตำบลสามร้อยยอด พบปัญหาบัตรคลาดเคลื่อนที่อยู่ในกลุ่มบัตรเสีย ส่วนหน่วยเลือกตั้งที่ 2 ตำบลไร่ใหม่ เป็นการเขียนจำนวนบัตรผิดพลาดของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) อย่างไรก็ตาม ภาพรวมของการนับคะแนนใหม่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีการคัดค้านหรือข้อโต้แย้งใดๆ เกิดขึ้น
ขั้นตอนหลังการนับคะแนน
หลังจากเสร็จสิ้นการนับคะแนน เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการยุบรวมหีบบัตรเลือกตั้งทั้งหมดเข้าด้วยกัน บรรจุลงในกล่องเดียวกัน และปิดผนึกทั้งด้านบนและด้านล่างอย่างแน่นหนา พร้อมลงลายมือชื่อกำกับไว้เป็นหลักฐาน จากนั้น หีบลงคะแนนได้ถูกเคลื่อนย้ายไปเก็บรักษาไว้ที่สถานีตำรวจภูธรสามร้อยยอด เพื่อความปลอดภัยและป้องกันการทุจริต
สำหรับใบรายงานผลการนับคะแนน จะถูกส่งต่อไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อรายงานต่อ กกต.กลาง ตามลำดับขั้นตอนต่อไป ซึ่งสอดคล้องกับมาตรการตรวจสอบและยืนยันผลการเลือกตั้งอย่างเคร่งครัด
มติ กกต. ในการนับคะแนนใหม่เพิ่มเติม
นอกจากนี้ กกต. ยังมีมติสั่งให้นับคะแนนใหม่ในอีก 9 หน่วยเลือกตั้ง ใน 5 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อแก้ไขปัญหาคลาดเคลื่อนที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งรวมถึงพื้นที่ที่มีการแข่งขันสูง เช่น เขตเลือกตั้งที่ 6 ในจังหวัดอุดรธานี และเขตเลือกตั้งที่ 1 ในจังหวัดน่าน โดยในบางกรณีพบว่าคะแนนระหว่างพรรคการเมืองเท่ากัน หรือมีผลการเลือกตั้งที่ใกล้เคียงกัน
การดำเนินการดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ กกต. ในการรักษาความถูกต้องและความยุติธรรมของกระบวนการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของประชาธิปไตยไทย โดยเฉพาะในบริบทของการเลือกตั้งปี 2569 ที่มีการจับตามองจากสาธารณชนอย่างกว้างขวาง



