กกต.แจ้งความประชาชน 4-5 คน ขัดขวางการทำงานเจ้าหน้าที่เลือกตั้งเขตคันนายาว
กกต.แจ้งความประชาชนขัดขวางการทำงานเลือกตั้งเขตคันนายาว

กกต.ดำเนินคดีประชาชน 4-5 คน ข้อหาขัดขวางการทำงานเจ้าหน้าที่เลือกตั้งเขตคันนายาว

วันนี้ (25 กุมภาพันธ์ 2569) นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พร้อมด้วย ว่าที่ร้อยตรีสัมพันธ์ แสงดำเลิศ ผู้อำนวยการกรรมการการเลือกตั้ง ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนที่กองบังคับการปราบปราม เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับประชาชนจำนวน 4-5 คน ข้อหาขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในการนับคะแนนการเลือกตั้ง

พฤติกรรมเกินขอบเขตในการสังเกตการณ์เลือกตั้ง

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ในพื้นที่เขตคันนายาว โดยกลุ่มบุคคลที่เข้าร่วมสังเกตการณ์การลงคะแนนเลือกตั้งได้แสดงพฤติกรรมที่เกินขอบเขต นายครรชิต เปิดเผยว่า พวกเขาถ่ายภาพที่เห็นบัตรเลือกตั้ง การถอดรหัสการนับคะแนน และถ่ายภาพ QR Code เพื่อพยายามพิสูจน์ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่เป็นความลับ ซึ่งถือเป็นการขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่อย่างชัดเจน

รองเลขาธิการ กกต. ระบุว่า "พฤติกรรมดังกล่าวมีลักษณะเกินขอบเขตของการสังเกตการณ์ปกติ เราจึงรวบรวมพยานหลักฐานจากคลิปและภาพข่าวในสื่อออนไลน์เพื่อแจ้งความตามขั้นตอนกฎหมาย" โดยคดีนี้จะดำเนินการภายใต้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กกต. ว่าด้วยการขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน และหากตรวจพบบุคคลอื่นเกี่ยวข้องก็จะดำเนินคดีเพิ่มเติม

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ยืนยันความน่าเชื่อถือและดำเนินการตามกฎหมาย

นายครรชิต ย้ำว่า การแจ้งความในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นการโต้ตอบกับใคร แต่เป็นการปฏิบัติตามกระบวนการทางกฎหมายอย่างเคร่งครัดเท่านั้น พร้อมยืนยันว่าการทำงานของ กกต. มีความน่าเชื่อถือและสามารถพิสูจน์ได้ในทุกขั้นตอน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

นอกจากนี้ ในส่วนของกรณีที่ นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรคประชาชน จะยื่นฟ้อง กกต. ในความผิดมาตรา 157 ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางในวันพรุ่งนี้ (26 กุมภาพันธ์ 2569) นั้น รองเลขาธิการ กกต. กล่าวว่า ทุกคนมีสิทธิในการดำเนินการตามกฎหมาย ส่วน กกต. ก็มีหน้าที่พิสูจน์และชี้แจงข้อเท็จจริงตามกระบวนการที่กำหนด

การดำเนินคดีในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของ กกต. ในการรักษาความโปร่งใสและความถูกต้องของการเลือกตั้ง ขณะเดียวกันก็เน้นย้ำถึงขอบเขตและบทบาทที่เหมาะสมของประชาชนในการสังเกตการณ์กระบวนการเลือกตั้ง เพื่อไม่ให้กระทบต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่