มงคลกิตติ์ เรียกร้อง กกต. ยกเลิกผลเลือกตั้ง จัดเลือกตั้งใหม่ 400 เขต พร้อมตั้ง กกต. ชุดใหม่
มงคลกิตติ์ เรียกร้อง กกต. ยกเลิกผลเลือกตั้ง จัดเลือกตั้งใหม่

มงคลกิตติ์ เสนอให้ กกต. ยกเลิกผลการเลือกตั้งและจัดการเลือกตั้งใหม่ทั่วประเทศ

เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ เลขาธิการพรรคทางเลือกใหม่ ได้ออกมาแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงต่อการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยเรียกร้องให้มีการยกเลิกผลการเลือกตั้งที่ผ่านมาและจัดการเลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศจำนวน 400 เขต ทั้งระบบเขตและระบบบัญชีรายชื่อ

นายมงคลกิตติ์ ระบุว่า กระบวนการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นมีความสับสนและขาดความน่าเชื่อถืออย่างมาก จึงเสนอให้ กกต. จัดการเลือกตั้งใหม่ทั้งหมดเพื่อให้ได้มาซึ่งความบริสุทธิ์ยุติธรรมอย่างแท้จริง พร้อมเชื่อว่ากลุ่มที่ใช้เงินซื้อเสียงในอดีต ขณะนี้เงินทุนได้หมดลงแล้ว หากมีการเลือกตั้งใหม่จะช่วยลดปัญหาการทุจริตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เรียกร้องตั้ง กกต. ชุดใหม่ภายใน 30 วัน

นอกจากนี้ นายมงคลกิตติ์ ยังเรียกร้องให้มีการสรรหาคณะกรรมการการเลือกตั้งชุดใหม่ภายใน 30 วัน และให้จัดการเลือกตั้งใหม่โดยไม่ใช้ กกต. ชุดปัจจุบันทั้ง 7 คน โดยชี้ว่าประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้ให้ความไว้วางใจต่อ กกต. อีกต่อไป

นายมงคลกิตติ์ ยังแสดงความเห็นว่า การนับคะแนนใหม่ทั้งหมดไม่ใช่ทางออก เนื่องจากไม่สามารถแยกแยะได้ว่าบัตรเลือกตั้งใบใดเป็นบัตรจริงหรือบัตรปลอม โดยเห็นว่าการยกเลิกการเลือกตั้งและจัดการเลือกตั้งใหม่เป็นทางออกที่ดีที่สุด แม้จะใช้งบประมาณกว่า 6,000 ล้านบาท แต่ถือว่าคุ้มค่า หากได้รัฐบาลและนักการเมืองที่สุจริต ดีกว่าปล่อยให้เกิดการทุจริตซึ่งสร้างความเสียหายปีละหลายแสนล้านบาท

เชิญชวนประชาชนร่วมบริจาคและแสดงพลัง

พร้อมกันนี้ นายมงคลกิตติ์ ได้เชิญชวนประชาชนทั่วประเทศร่วมบริจาคคนละ 10 บาท เพื่อเป็นทุนในการจัดการเลือกตั้งใหม่ หากภาครัฐไม่มีงบประมาณเพียงพอ โดยยืนยันว่าการเสียสละเล็กน้อยเพื่อความบริสุทธิ์ยุติธรรมของประเทศเป็นสิ่งที่คุ้มค่า

นอกจากนี้ นายมงคลกิตติ์ ได้เชิญชวนประชาชนเดินทางไปยังสำนักงาน กกต. ประจำจังหวัดทั่วประเทศ และเปิดไฟเป็นสัญลักษณ์เพื่อเรียกร้องให้ กกต. แสดงความรับผิดชอบ พร้อมระบุว่า หากภายใน 7 วัน กกต. ไม่ลาออก จะนัดรวมตัวกันที่สำนักงาน กกต. ใหญ่ ถนนแจ้งวัฒนะ และเตรียมยื่นร้องเรียนต่อกองปราบปรามอีกครั้ง

ทั้งนี้ การเรียกร้องดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ค่าฝุ่น PM 2.5 ในกรุงเทพมหานครที่เกินมาตรฐานระดับสีส้มใน 58 พื้นที่ รวมถึงข่าวเกี่ยวกับหลักฐานเพิ่มเติมที่ไทยพบว่ากัมพูชาใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลในพื้นที่ชายแดน และการปรับมาตรฐานความหวานใหม่ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ซึ่งลดความหวานปกติเหลือ 50%