กัมพูชาลอบไถนาในไทย ชาวบ้านสระแก้วสุดทน
จากกรณีที่มีชาวกัมพูชาแอบลักลอบเข้ามาไถนาเพื่อทำการเกษตรบริเวณชายแดนบ้านอ่างศิลา รอยต่อบ้านหนองจาน อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว รุกคืบเข้ามาตามแนวชายแดนไทยแบบเงียบ ๆ แม้พื้นที่ดังกล่าวจะมีหลักเขตแดนและแนวแบ่งอธิปไตยอยู่ แต่ฝ่ายกัมพูชาก็ไม่ได้แยแส พร้อมอ้างว่าพื้นที่ตรงนี้เป็นที่ทำกินของตัวเองที่ทำมานานกว่า 40 ปี คำถามคือ นี่คือการรุกคืบเพื่อเข้ามารุกล้ำอธิปไตยของไทยหรือไม่ ซึ่งเหตุการณ์นี้ก็สร้างความกังวลให้ชาวบ้านเจ้าของพื้นที่เป็นอย่างมาก
ชาวบ้านยืนยันที่ดินของไทยตั้งแต่รุ่นปู่
ชาวบ้านในพื้นที่เปิดเผยว่า ต้องทนเห็นชาวกัมพูชาเข้ามาทำกินบนแผ่นดินของไทยเรา ยืนยันว่าเป็นการล้ำเข้ามาอย่างชัดเจน เพราะที่ตรงนี้ครอบครัวทำกินมาตั้งแต่สมัยคุณปู่ โดยเส้นสีแดงที่เขาอ้างสิทธิ์ล้ำเข้ามาเกือบหนึ่งกิโลเมตร โดยพื้นที่ตรงนี้ไม่ใช่ที่น้อย ๆ แต่มีขนาดกว่า 2,732 ไร่ เมื่อสอบถามว่าในมุมที่เป็นคนพื้นที่ตั้งแต่กำเนิด ไว้ใจกัมพูชาหรือไม่นั้น ชาวบ้านรายนี้เผยว่ายังไม่ไว้ใจ
“ตอนที่ทหารพรานยังไม่มาระงับเหตุการณ์พูดอีกแบบ พอทหารมาก็พูดอีกแบบ บอกว่าขอทำก่อน มันขอทำก่อนไม่ได้ ไม่ใช่เรื่อง JBC แต่มันเป็นที่ของไทย เราก็มีหลักฐานให้เห็นว่ามันคือที่ไทยชัด ๆ”
ทหารพรานลาดตระเวนป้องกันการรุกล้ำ
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้กองกำลังบูรพา โดยกองร้อยทหารพรานที่ 1205 ปฏิบัติภารกิจออกลาดตระเวนเพื่อป้องกันการรุกล้ำตามแนวชายแดน ทีม SEE TRUE ก็ได้ติดตามภารกิจครั้งนี้ด้วย กองร้อยทหารพรานเผยว่า จากปัญหาที่ทุกคนคงทราบกันอยู่ เรื่องของพื้นที่ทำเกษตรตามแนวชายแดน ด้วยเส้นเขตที่มันไม่ชัดเจน มันเกิดปัญหาระหว่างชาวบ้านสองฝั่งนั้น ได้มีการไปเจรจามาแล้วก็ยังไม่เป็นผล ล่าสุดได้รับแจ้งจากกำนันว่าชาวบ้านไปไถที่ ทหารกัมพูชากลับไม่ให้มาไถอีกแล้ว ซึ่งแม่ทัพก็สั่งให้ไปคุ้มกันชาวบ้าน
จากข้อพิพาทที่เกิดขึ้น หลังชาวกัมพูชารุกล้ำเข้ามาทำนาในไทย จนเกิดความตึงเครียด นำมาซึ่งการทำภารกิจลาดตระเวน เพื่อดูว่ายังมีการกระทำผิดจากฝั่งกัมพูชาเข้ามาอีกหรือไม่ โดยหลักเขตแดนที่ 45 พิกัดที่บ้านโนนหมากมุ่น เมื่อสำรวจพื้นที่บริเวณนี้ จะพบว่าดินติดกัน เลยต้องใช้หลักนี้เป็นเส้นตรง ฝั่งขวาไทย ซ้ายกัมพูชา ใครมาลาดตระเวนก็ได้ หลังจากลาดตระเวนหลักเขตที่ 45 แล้ว เจ้าหน้าที่ได้พาทีมข่าวเดินทางไปลาดตระเวนบริเวณหลักเขตที่ 48 ซึ่งจุดนี้เป็นบริเวณที่มีข้อพิพาทระหว่างเขตแดนและเป็นสมรภูมิการปะทะในช่วงที่ผ่านมา การเดินลาดตระเวนจึงต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมาก เพราะทั้งสองฝั่งอาจมีระเบิดตกค้างอยู่ โดยจุดนี้อยู่ในเขตรับผิดชอบของทหารพราน 1205
พฤติกรรมพูดอย่างทำอย่าง สร้างความลำบากในการทำงาน
เมื่อสอบถามว่า การที่ฝั่งกัมพูชาพูดอย่างหนึ่ง แต่กลับกระทำอีกอย่างหนึ่ง ส่งผลให้การทำงานลำบากขึ้นหรือไม่นั้น พันตรีอัศวิน เสาทอง เสธ.ชค.ทพ.12 ตอบว่า มันก็เป็นปัจจัยหนึ่ง แต่เราปฏิเสธหน้าที่ตัวเองไม่ได้ หากเขาพลิกซ้ายขวาอย่างไร ก็ต้องตามให้ทัน เหลี่ยมมาก็ต้องเหลี่ยมกลับ แต่จุดหมายคือ หนึ่งเพื่อปกป้องอธิปไตย และสองคือดูแลความสงบสุขให้ชาวบ้าน นี่คือกิจหลักของทหารแถวชายแดน
เพื่อแก้ไขปัญหานี้ ทางทหารไทยได้มีการนัดเจรจากับทหารกัมพูชา เพื่อไม่ให้ชาวกัมพูชาเข้ามาทำกินรุกล้ำเขตอธิปไตยของไทยอีก ซึ่งทีม SEE TRUE ก็ได้ร่วมลงพื้นที่และติดตามการเจรจาครั้งนี้ด้วยเช่นกัน ซึ่งพบว่าบรรยากาศเป็นไปด้วยความตึงเครียด มีการแบ่งงานกันไว้อย่างชัดเจน มีหน่วยหนึ่งเข้าไปเจรจา อีกส่วนจะดูแลอยู่บนถนนศรีเพ็ญ ขณะที่กองกำลังของกัมพูชาจะจัดคนมาเพื่อเจรจา ภารกิจของเราคือทำอย่างไรก็ได้ ให้ชาวบ้านเข้ามาจัดการพื้นที่ของตัวเอง และชี้ว่าที่เขารุกเข้ามามันคือการเลยพื้นที่เขตเส้นสีแดง
หลังจากการเจรจา เจ้าหน้าที่ก็ได้เดินทางออกจากพื้นที่ ภารกิจวันนี้ถือว่าตามเป้าหมาย คือทางฝั่งกัมพูชารับทราบแล้วว่าพื้นที่ตรงไหนเป็นของไทย แล้วก็บอกว่าจะกันคนของเขาไม่ให้มาล้ำพื้นที่อีก แม้ผลการเจรจาครั้งนี้จะชี้ชัดว่าห้ามชาวกัมพูชาเข้ามาทำการเกษตรรุกล้ำพื้นที่อธิปไตยไทยโดยเด็ดขาด แต่สิ่งที่น่ากังวลคือที่ผ่านมา ฝั่งกัมพูชามักมีพฤติกรรม “พูดอย่าง ทำอย่าง” รับปากอีกแบบ แต่สุดท้าย กลับยังพบการรุกคืบเข้ามาตามแนวชายแดนอยู่ซ้ำ ๆ
หลังจากนี้จึงต้องจับตาดูต่อไปว่า กัมพูชาจะทำตามข้อตกลง หรือยังคงใช้เล่ห์เหลี่ยมเดิม ๆ ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารพราน ยังคงยืนหยัดปฏิบัติหน้าที่ ลาดตระเวน เฝ้าระวัง และปกป้องผืนแผ่นดินไทยอย่างเต็มกำลัง เพราะทุกก้าวที่เดินลาดตระเวน คือการป้องกันไม่ให้ใครเข้ามารุกล้ำอธิปไตยไทยได้แม้แต่ตารางนิ้วเดียว



