เปิดประวัติ “บิ๊กหยม” พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช แคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม.
เปิดประวัติ “บิ๊กหยม” แคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม.

วันที่ 17 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทันทีที่มีชื่อของ พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เตรียมลงชิงเก้าอี้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในนามพรรคเศรษฐกิจ ก็ทำให้ถูกจับตามองถึงความเป็นมาและความกล้าหาญที่ทำให้ “อาหยม” ซึ่งเป็นชื่อเล่นที่สื่อมวลชนเรียกขาน ตัดสินใจกระโดดลงสู่สนามเลือกตั้งครั้งนี้

ประวัติและครอบครัว

พล.ต.ท.ชาญเทพ หรือ “บิ๊กหยม” เกิดที่สี่แยกบ้านแขก ฝั่งธนบุรี เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2501 ปัจจุบันอายุ 68 ปี เป็นบุตรชายของอดีตพลตำรวจหน่วยรถถัง ประจำวังปารุสกวัน ในยุคพล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ อธิบดีกรมตำรวจ เริ่มต้นการศึกษาที่โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี ก่อนย้ายไปเรียนประจำที่โรงเรียนภปร.ราชวิทยาลัย จังหวัดนครปฐม ซึ่งเขาเป็นนักกีฬารักบี้ตำแหน่ง “ฟลายฮาล์ฟ” ประจำโรงเรียน

เส้นทางตำรวจ

พล.ต.ท.ชาญเทพ สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นที่ 36 (นรต.36) เป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา (อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ) หรือ “บิ๊กแป๊ะ” โดยทั้งคู่สนิทสนมกันตั้งแต่เป็นนักกีฬารักบี้ของโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ตลอดระยะเวลา 4 ปี

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

เส้นทางรับราชการตำรวจของพล.ต.ท.ชาญเทพ ผ่านงานสืบสวนและปราบปรามมาอย่างโชกโชน เป็นนายตำรวจที่เก่งทั้งงานบู๊และงานบุ๋น เริ่มจากรองสารวัตรสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองนครศรีธรรมราช รองสารวัตรแผนก 3 กองกำกับการสืบสวนสอบสวนนครบาลพระนครเหนือ เคยร่วมสืบสวนคดีสำคัญ เช่น คดีผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์กลุ่มวินัย แสงจันทร์ และคดีจับตายลูกน้องตี๋ใหญ่

ตำแหน่งสำคัญที่ดำรง ได้แก่

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
  • รองผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล
  • รองผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (รอง ผบช.ปส.)
  • รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.)
  • ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 (ผบช.ภ.7)
  • ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (ผบช.ภ.1)
  • ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ซึ่งเป็นตำแหน่งสำคัญก่อนเกษียณอายุราชการ

หลังเกษียณและเส้นทางการเมือง

หลังเกษียณอายุราชการ พล.ต.ท.ชาญเทพ เคยได้รับการแต่งตั้งเป็นนายตำรวจราชองครักษ์พิเศษ และเคยรับตำแหน่งหัวหน้าคณะทำงานตรวจสอบการทุจริตของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) จากนั้นเข้าสู่เส้นทางการเมืองโดยดำรงตำแหน่งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในยุคคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2559

ต่อมาในปี 2565 เขารับตำแหน่งเลขาธิการพรรคไทยภักดีคนแรก ก่อนจะลาออกโดยให้เหตุผลว่าต้องการกลับไปทำสวนทำไร่ของตัวเอง แต่เมื่อเพื่อนสนิทอย่าง “บิ๊กแป๊ะ” ปฏิเสธที่จะลงแข่งขันในสนามผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครครั้งนี้ ชื่อของ “บิ๊กหยม” จึงถูกหยิบยกขึ้นมาแข่งขันในนามพรรคเศรษฐกิจ และเตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเร็วๆ นี้