เมื่อวันที่ 15 พ.ค. 2569 ที่รัฐสภา นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล สว.สำรอง ได้ยื่นหนังสือต่อนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ตรวจสอบกรณีนายประภาศ คงเอียด กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่เคยถูกศาลคดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง และศาลอุทธรณ์ประทับรับฟ้องในคดีที่ทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ ขณะปฏิบัติหน้าที่เป็นคณะกรรมการคัดเลือกผู้รับงานก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ซึ่งเป็นคดีที่เกิดก่อนที่นายประภาศจะได้รับเลือกเป็นกรรมการ ป.ป.ช. ที่ได้รับการโปรดเกล้าฯ เมื่อวันที่ 30 ม.ค. 2568 โดยที่วุฒิสภาให้ความเห็นชอบด้วยเสียง 173 ต่อ 6 เสียง
ข้อสงสัยเกี่ยวกับกระบวนการสรรหา
นายอัครวัฒน์กล่าวว่า นายประภาศเป็นจำเลยที่ 5 ในคดีดังกล่าว แต่เมื่อตรวจสอบข้อมูลกลับไม่พบประวัติว่าเคยทำความผิด จึงไม่ทราบว่าเป็นการปกปิดข้อมูลหรือไม่ ทั้งนี้ นายประภาศมีคดีอาญาติดตัว แต่กระบวนการสรรหาของวุฒิสภากลับปล่อยให้ผ่านมาได้อย่างไร และยังมาตัดสินคดีของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรมว.คมนาคม โดยเป็นหนึ่งเสียงของ ป.ป.ช. ที่ตีตกคดีนี้ ซึ่งขัดกับสายตาประชาชนและคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
ข้อเรียกร้องให้ตรวจสอบ
นายอัครวัฒน์ตั้งข้อสังเกตว่า นายประภาศใช้กลยุทธ์อะไรในการหลบคดี โดยไม่ให้คณะกรรมการสรรหาทราบว่าตนเองมีความผิด และได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง แสดงว่ากระบวนการสรรหาปล่อยผ่านเรื่องนี้ จึงต้องการให้ กมธ.การกฎหมายฯ ตรวจสอบว่าการเข้าสู่ตำแหน่งของนายประภาศมีเจตนาพิเศษเพื่อช่วยเหลือใครหรือไม่ หรือเพื่ออุ้มคดีของอดีตรมว.คมนาคม ทั้งที่ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยไปแล้ว นายประภาศควรหยุดปฏิบัติหน้าที่ได้แล้ว
ความคืบหน้าจากประธานกมธ.
ด้านนายรังสิมันต์กล่าวว่า ถือเป็นเรื่องร้องเรียนเรื่องแรกต่อ กมธ.กฎหมายฯ ตนจะรับฟังข้อเท็จจริงจากทุกฝ่าย ทั้งผู้ร้องและผู้ถูกร้อง ซึ่งมีหลักฐานคำพิพากษาด้วย จึงต้องศึกษาอย่างละเอียด และหารือในที่ประชุมเพื่อกำหนดแนวทางต่อไป หากเป็นไปตามคำร้องเรียนจริง จะมีผลกระทบกับหลายหน่วยงานอย่างแน่นอน



