กกต. รับรอง สส. 499 คนแล้ว ขาดแค่สุพรรณบุรีเขต 2 พร้อมเตรียมเปิดประชุมสภา
คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ประกาศผลการรับรองสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) อย่างเป็นทางการแล้ว เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 โดยมีจำนวน สส. ที่ได้รับการรับรองทั้งสิ้น 499 คน จากทั้งหมด 500 คน เหลือเพียงเขตเลือกตั้งที่ 2 จังหวัดสุพรรณบุรี เท่านั้นที่ยังไม่มีการประกาศ เนื่องจากพบข้อสงสัยเกี่ยวกับความสุจริตในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ซึ่งกำลังอยู่ในขั้นตอนการสืบสวนไต่สวนต่อไป
การเปลี่ยนแปลงตัวเลข สส. บัญชีรายชื่อและแบบแบ่งเขต
หลังการประกาศรับรองอย่างเป็นทางการ พบว่ามีการปรับเปลี่ยนตัวเลข สส. บางส่วนจากเดิมเล็กน้อย สำหรับ สส. แบบบัญชีรายชื่อ 100 คนนั้น พรรคประชาชน ได้เพิ่มขึ้น 1 ที่นั่ง จาก 31 เป็น 32 คน ขณะที่ พรรคประชาธิปัตย์ ลดลง 1 ที่นั่ง จาก 11 เหลือ 10 คน ส่วนพรรคอื่นๆ ยังคงที่ตามที่ประกาศไว้
ในส่วนของ สส. แบบแบ่งเขต 399 คน พรรคภูมิใจไทย ลดลง 1 ที่นั่ง จาก 173 เหลือ 172 คน เนื่องจากเสียพื้นที่เขต 6 จังหวัดศรีสะเกษให้กับพรรคเพื่อไทย ในขณะที่ พรรคประชาชน ได้เพิ่มขึ้น 1 ที่นั่ง จาก 87 เป็น 88 คน จากการเอาชนะพรรคเพื่อไทยในจังหวัดอุดรธานี เขต 7 ส่วนพรรคเพื่อไทยมีจำนวน สส.เขตเท่าเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
เตรียมเข้าสู่การเปิดประชุมรัฐสภา
การรับรอง สส. จำนวน 499 คนนี้ ทำให้มี สส. เกิน 95% ของทั้งหมดแล้ว ซึ่งเป็นไปตามข้อกำหนดที่จำเป็น ขั้นตอนต่อไปคือการเตรียมเข้าสู่การเปิดประชุมรัฐสภา เพื่อประชุม สส. ชุดที่ 27 เป็นครั้งแรก โดยในวันดังกล่าวจะมีการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร รวมถึงรองประธานสภาฯ คนที่ 1 และคนที่ 2
นายไพโรจน์ โล่ห์สุทร สส. บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นผู้มีอาวุโสที่สุด จะทำหน้าที่ประธานชั่วคราวในระหว่างการประชุมครั้งนี้ หลังจากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการโหวตนายกรัฐมนตรีในลำดับต่อไป เพื่อให้การบริหารประเทศสามารถดำเนินไปได้อย่างราบรื่น
ความคืบหน้าในเขตสุพรรณบุรีเขต 2
สำหรับเขตเลือกตั้งที่ 2 จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งยังไม่ได้รับการรับรองนั้น ว่าที่ สส. คือ นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ จากพรรคภูมิใจไทย กกต. กำลังดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด เนื่องจากพบว่าการปฏิบัติหน้าที่ของ กปน. ในพื้นที่ดังกล่าวอาจมีปัญหาเกี่ยวกับความสุจริตเที่ยงธรรม ซึ่งอาจส่งผลต่อผลการเลือกตั้งในเขตนี้
การสืบสวนไต่สวนนี้คาดว่าจะใช้เวลาไม่นานนัก เพื่อให้สามารถประกาศผลรับรอง สส. คนที่ 500 ได้ทันก่อนการเปิดประชุมรัฐสภาอย่างเป็นทางการ ซึ่งจะช่วยให้กระบวนการทางการเมืองของประเทศเดินหน้าต่อไปได้อย่างสมบูรณ์



