กกต.เดินหน้าตามกรอบเวลา รับรองผลเลือกตั้งเต็ม 400 เขต พร้อมสั่งเลือกตั้งใหม่ 4 จังหวัด
คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ประกาศรับรองผลคะแนนเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่ออย่างเป็นทางการครบทั้ง 400 เขตแล้ว เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 ส่อเจตนาเดินหน้าตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้ แม้จะยังมีเสียงเรียกร้องจากหลายฝ่ายให้นับคะแนนใหม่เพื่อสร้างความกระจ่างต่อข้อสงสัยจากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
เสียงเรียกร้องจากมวลชนและปัญญาชนยังไม่เงียบ
ไม่เพียงแต่ประชาชนหลายกลุ่ม พรรคการเมือง และกูรูการเมืองที่ยังคงเคลื่อนไหวเรียกร้องให้ กกต. แสดงความรับผิดชอบและดำเนินการนับคะแนนใหม่เท่านั้น แต่ยังรวมถึงกลุ่มปัญญาชน สภานักศึกษาจาก 20 สถาบัน และคณาจารย์กว่า 200 คนจาก 19 สถาบัน ที่ได้ลงชื่อออกแถลงการณ์กดดันให้ กกต. ชี้แจง 4 ปมใหญ่ เพื่อคืนความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และหลีกเลี่ยงการใช้กฎหมายปิดปากผู้เห็นต่าง
มติ กกต. ล่าสุดสั่งการนับคะแนนใหม่และเลือกตั้งใหม่บางส่วน
อย่างไรก็ตาม กกต. ได้มีมติเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ให้นับคะแนน ส.ส. บัญชีรายชื่อใหม่ใน 7 หน่วยเลือกตั้ง นับคะแนนประชามติใหม่ใน 1 หน่วย และให้มีการเลือกตั้งใหม่ใน 4 หน่วยเลือกตั้ง ครอบคลุม 4 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร เขต 15 อุดรธานี เขต 6 น่าน และพะเยา เขต 1 ทั้งคู่ โดยกำหนดให้จัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์นี้
การตัดสินใจดังกล่าวสะท้อนความพยายามของ กกต. ในการแก้ไขข้อผิดพลาดเฉพาะจุด แต่ก็ยังถูกมองว่าไม่ตอบสนองต่อข้อเสนอและเรียกร้องของกลุ่มพลังมวลชนที่ต้องการให้ กกต. แสดงท่าทีและจุดยืนที่ชัดเจนในประเด็นนี้มากขึ้น
ข้อกังวลเรื่องบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งและความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ
ขณะเดียวกัน ยังมีผู้คนจำนวนมากที่เชื่อว่าการเลือกตั้ง ส.ส. เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาอาจเป็นโมฆะ โดยเฉพาะประเด็นการมีบาร์โค้ดอยู่บนบัตรเลือกตั้งสีชมพู ซึ่งอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 85 และกระทบหลักการลงคะแนนลับ
ล่าสุด ศาสตราจารย์วิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรีและมือกฎหมายชื่อดัง ได้แสดงความเห็นในหัวข้อ ถอดรหัสภาวะผู้นำ-กรณีศึกษาอดีตนายกฯไทย ว่า บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งเสี่ยงจะขัดต่อรัฐธรรมนูญ อาจส่งผลต่อความลับของการลงคะแนน ความเห็นนี้ถูกนำไปเทียบเคียงกับ ศาสตราจารย์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรีด้านกฎหมาย ซึ่งเห็นว่า กกต. ต้องตัดสินตามหลักฐานและไม่ควรเต้นตามเสียงปี่เสียงกลองจากภายนอก
ความเห็นที่แตกต่างระหว่างผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระดับปรมาจารย์ดังกล่าว ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ว่า อาจมีการลงมาช่วยเหลือลูกศิษย์หรือพวกพ้อง เนื่องจากประเด็นนี้เกี่ยวโยงกับผลประโยชน์ทางการเมืองอย่างปฏิเสธไม่ได้ โดยหากต้องมีการเลือกตั้งใหม่หรือกระบวนการยืดเยื้อ อาจส่งผลให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้เปรียบหรือเสียเปรียบ และรัฐบาลรักษาการอาจได้ทำหน้าที่ต่อยาวนานขึ้น
สถานการณ์ทางการเมืองที่ยังต้องจับตา
น่าจับตาว่าต่อไปจะมีการเคลื่อนไหวจากระดับใดเข้ามาเกี่ยวข้องเพิ่มเติม เช่น ประจักษ์ มะวงศ์สา บรรณาธิการอาวุโส ที่เคยย้ำความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลทางการเมือง ในขณะที่ผลสำรวจจากพระปกเกล้าโพลระบุว่า คนไทยส่วนใหญ่รับรู้เรื่องการซื้อเสียงในพื้นที่มากกว่า 50% และมีการเคลื่อนไหวจากพรรคภูมิใจไทยที่ขน 5 ส.ส. ร่วมรัฐบาลสนับสนุน อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี
แม้ กกต. จะมีกรอบเวลารับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส. ภายใน 60 วัน เพื่อจัดรัฐพิธีเปิดประชุมสภาฯ ได้ภายใน 15 วัน แต่การดำเนินการที่ใช้เวลาไม่ถึง 2 สัปดาห์นี้ ทำให้ความเห็นต่างระหว่าง กกต. และฝ่ายที่เห็นตรงข้ามลุกลามบานปลาย สร้างความตึงเครียดในแวดวงการเมืองไทยที่ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด



