สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้สั่งการให้ดำเนินมาตรการเข้มงวด 3 ด้าน เพื่อรับมือกับสถานการณ์หลังการเลือกตั้งในปี 2569 โดยเน้นการเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงที่อาจปลุกระดมให้เกิดความขัดแย้งและเผยแพร่ข่าวลือ พร้อมเตรียมความพร้อมกำลังพลควบคุมฝูงชน
การประชุมติดตามสถานการณ์ความสงบเรียบร้อย
เมื่อเวลา 12.30 น. ของวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 พลตำรวจเอกกิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มอบหมายให้พลตำรวจเอกสำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการเลือกตั้ง เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์
การประชุมนี้จัดขึ้น ณ ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากทั่วประเทศเข้าร่วมผ่านระบบทางไกล เพื่อประเมินและวางแผนรับมือกับปัญหาที่อาจเกิดขึ้นหลังการเลือกตั้ง
ปัญหาที่พบในการเลือกตั้ง
ปัจจุบัน มีรายงานปัญหาข้อร้องเรียนจาก 17 เขตเลือกตั้งใน 15 จังหวัด ซึ่งรวมถึงกรณีต่างๆ เช่น การพบใบนับคะแนนในถังขยะ การปิดกั้นผู้สังเกตการณ์ การใช้ถุงดำคลุมกล้องวงจรปิด และความไม่โปร่งใสในการนับคะแนน
นอกจากนี้ ยังมีปัญหาอื่นๆ เช่น รายงานผลล่าช้า บัตรเสียสูงผิดปกติ บัตรเขย่ง และบัตรเสียหาย ส่วนใหญ่มีการยื่นคำร้องและดำเนินการแก้ไขแล้ว โดยบางจุดยังอยู่ในการดำเนินการของคณะกรรมการการเลือกตั้ง
3 มาตรการหลักที่ตำรวจสั่งการ
พลตำรวจเอกสำราญ กล่าวว่า ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมีความห่วงใยในผลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ จึงได้กำชับให้ดำเนินการตามแนวทางปฏิบัติ 3 ด้านหลัก ดังนี้
1. ด้านการข่าว
ให้ชุดปฏิบัติการข่าวติดตามปฏิกิริยาของกลุ่มต่างๆ ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะกลุ่มที่อาจระดมมวลชนเพื่อสร้างสถานการณ์วุ่นวาย พร้อมติดตามและสกัดกั้นข่าวลือในสื่อสังคมออนไลน์ที่อาจสร้างความเข้าใจผิดหรือปลุกระดมให้เกิดความขัดแย้ง
นอกจากนี้ ต้องประสานข้อมูลกับสันติบาลจังหวัดเพื่ออัปเดตบัญชีกลุ่มเสี่ยงและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์รายวัน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการแข่งขันสูง รวมทั้งเฝ้าระวังการเคลื่อนย้ายมวลชนข้ามเขตหรือการขนส่งอาวุธและสิ่งผิดกฎหมายในช่วงหลังการเลือกตั้ง
2. การประสานการปฏิบัติกับ กกต.
ให้พนักงานสอบสวนประสานงานกับคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัด เพื่อติดตามความคืบหน้าของคำร้องคัดค้าน หากมีการร้องขอพยานหลักฐานเพิ่มเติมจากตำรวจ ให้ส่งมอบโดยเร็วที่สุด
พร้อมจัดชุดปฏิบัติการเข้าคุ้มครองความปลอดภัยพยานทันทีที่ได้รับการร้องขอ และเฝ้าระวังสถานที่เก็บหีบบัตรเลือกตั้งและเอกสารสำคัญ ณ ที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงาน กกต. จังหวัดอย่างเข้มงวด จนกว่าจะสิ้นสุดกระบวนการ
3. การเตรียมความพร้อมกำลังพลควบคุมฝูงชน
ให้ผู้บังคับกองร้อยควบคุมฝูงชนตรวจสอบกำลังพลและอุปกรณ์ให้พร้อมใช้งาน วางกำลัง กำชับยุทธวิธีการปฏิบัติ และจัดชุดเคลื่อนที่เร็วเพื่อระงับเหตุเบื้องต้นในพื้นที่เสี่ยง
การประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง
พลตำรวจเอกสำราญ ได้กำชับให้ผู้บังคับบัญชาเหตุการณ์ประเมินระดับสถานการณ์ร่วมกับฝ่ายสืบสวนอย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับระดับการดำเนินการให้เหมาะสมและเป็นไปตามกรอบของกฎหมายอย่างเคร่งครัด
มาตรการเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและป้องกันไม่ให้เกิดความวุ่นวายหลังการเลือกตั้ง โดยเน้นการทำงานร่วมกันระหว่างตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างมีประสิทธิภาพ