สว.นันทนา เผยความคืบหน้า ยื่นคำร้องศาลรัฐธรรมนูญ ขอฟันเลือกตั้ง สส. เป็นโมฆะ
นางสาวนันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา (สว.) เปิดเผยความคืบหน้ากรณีการเข้าชื่อเพื่อเสนอคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้วินิจฉัยกระบวนการการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ส่อไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ โดยขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการยกร่างคำร้องเพื่อยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากมีหลายประเด็นที่ต้องพิจารณารายละเอียดให้ครบถ้วน
ประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณา
สว.นันทนา ระบุว่า "ประเด็นที่ต้องพิจารณาไม่ได้มีเฉพาะการปรากฏคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งที่สามารถตรวจสอบย้อนหลังถึงการลงคะแนนได้ แต่ยังมีกระบวนการนับคะแนน และกระบวนการลงคะแนนใหม่ที่พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบัตรเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ที่ไม่ปรากฏหมายเลขเหมือนกับบัตรเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569"
ดังนั้นจึงต้องพิจารณารายละเอียดให้ครบถ้วนอีกครั้ง ซึ่งมีประเด็นที่เป็นวาระที่ขอให้พิจารณาคือ สั่งให้การเลือกตั้ง สส. รอบนี้เป็นโมฆะ เนื่องจากกระบวนการจัดการเลือกตั้งไม่เป็นตามเจตนารมณ์และขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ เบื้องต้นคาดว่าจะดำเนินการให้แล้วเสร็จในช่วงวันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้ ก่อนให้ สว. ร่วมลงชื่อคำร้องต่อไป
ช่องทางและมาตราการดำเนินการ
ส่วนจะใช้ช่องทางหรือมาตราใดเพื่อดำเนินการ สว.นันทนา กล่าวว่า ได้ให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณาในรายละเอียดเบื้องต้น ว่าสามารถใช้สิทธิได้ตามช่องทางใด แต่หากไม่เข้าข้อกฎหมายอาจต้องพิจารณาใช้ช่องทางอื่น หรือวิธีการอื่น ๆ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์
กรณีการประชุมวุฒิสภาสมัยวิสามัญ
ส่วนกรณีที่มีการประชุมวุฒิสภาสมัยวิสามัญ วันที่ 26 กุมภาพันธ์ เพื่อเห็นชอบกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จำนวน 2 คน สว.นันทนา กล่าวว่าในวันดังกล่าว นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สว. ได้ยื่นญัตติให้ที่ประชุมพิจารณาชะลอการลงมติเนื่องจาก สว. ส่วนใหญ่มีคดีฮั้ว สว. แต่เชื่อว่าจะไม่ถูกบรรจุไว้ในวาระประชุมแน่นอน และคงไม่เปิดให้ตนอภิปรายโต้แย้งแสดงเหตุผล
"ดังนั้นหากถูกปิดกั้นการอภิปรายในที่ประชุม พร้อมจะแถลงข่าวทันที และพร้อมของดการเข้าร่วมประชุมเพื่อลงมติเห็นชอบ กกต. ด้วย" สว.นันทนา กล่าวทิ้งท้ายอย่างหนักแน่น
การเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนถึงความตึงเครียดทางการเมืองที่ยังคงดำเนินต่อไป หลังการเลือกตั้ง สส. เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะประเด็นความโปร่งใสและความถูกต้องตามกระบวนการ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเมืองในระยะต่อไป



