สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้เปิดเผยหลักเกณฑ์การสมัครรับเลือกตั้งสำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษของประเทศไทย ได้แก่ กรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา ซึ่งจะมีการเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569 โดยครอบคลุมทั้งคุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม เอกสารที่ต้องใช้ และค่าธรรมเนียมการสมัคร พร้อมเตือนผู้สมัครที่ขาดคุณสมบัติอาจถูกดำเนินคดีและเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง
รายละเอียดการเลือกตั้ง
การเลือกตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษนี้ถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการบริหารท้องถิ่นและการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจหลักของประเทศ โดยกรุงเทพมหานครแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 50 เขต มีผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นฝ่ายบริหาร และสภากรุงเทพมหานครเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ ส่วนเมืองพัทยาเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ มีนายกเมืองพัทยาเป็นฝ่ายบริหาร และสภาเมืองพัทยาเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ
ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร
ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครใช้เขตกรุงเทพมหานครเป็นเขตเลือกตั้ง มีจำนวน 1 คน วาระ 4 ปี แต่ดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกิน 2 วาระไม่ได้ หากดำรงตำแหน่งไม่ครบ 4 ปีก็ถือเป็น 1 วาระ และเมื่อดำรงตำแหน่ง 2 วาระติดต่อกันแล้ว จะดำรงตำแหน่งได้อีกเมื่อพ้น 4 ปีนับแต่วันพ้นตำแหน่ง สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ใช้เขตปกครองเป็นเขตเลือกตั้ง แบ่งเป็น 50 เขต เขตละ 1 คน รวม 50 คน วาระ 4 ปี
นายกเมืองพัทยาและสมาชิกสภาเมืองพัทยา
นายกเมืองพัทยาใช้เขตเมืองพัทยาเป็นเขตเลือกตั้ง มีจำนวน 1 คน วาระ 4 ปี แต่ดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกิน 2 วาระไม่ได้ หากดำรงตำแหน่งไม่ครบ 4 ปีก็ถือเป็น 1 วาระ และเมื่อดำรงตำแหน่ง 2 วาระติดต่อกันแล้ว จะดำรงตำแหน่งได้อีกเมื่อพ้น 4 ปีนับแต่วันพ้นตำแหน่ง สมาชิกสภาเมืองพัทยาแบ่งเป็น 4 เขตเลือกตั้ง เขตละ 6 คน รวม 24 คน ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนเลือกผู้สมัครได้ไม่เกิน 6 คน วาระ 4 ปี
คุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้ง
ตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 มาตรา 49 และ 50 ประกอบกับพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานครฯ และพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยาฯ กำหนดคุณสมบัติผู้สมัครรับเลือกตั้ง ดังนี้
- มีสัญชาติไทยโดยการเกิด
- ผู้สมัครเป็นสมาชิกสภากรุงเทพมหานครและสมาชิกสภาเมืองพัทยา ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปีนับถึงวันเลือกตั้ง
- ผู้สมัครเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและนายกเมืองพัทยา ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 35 ปีนับถึงวันเลือกตั้ง
- ผู้สมัครเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตกรุงเทพมหานครติดต่อกันไม่น้อยกว่า 1 ปีนับถึงวันสมัคร
- ผู้สมัครเป็นนายกเมืองพัทยาหรือสมาชิกสภาเมืองพัทยา ต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเมืองพัทยาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 1 ปีนับถึงวันสมัคร
- ผู้สมัครเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือนายกเมืองพัทยา ต้องสำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า
ลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครรับเลือกตั้ง
ลักษณะต้องห้าม 25 ประการ ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ได้แก่
- ติดยาเสพติดให้โทษ
- เป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต
- เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใด ๆ
- เป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้งตามมาตรา 39 (1) เป็นภิกษุ สามเณร นักพรตหรือนักบวช (2) อยู่ระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง (4) วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
- อยู่ระหว่างถูกระงับการใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง
- ต้องคำพิพากษาให้จำคุกและถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาล
- เคยได้รับโทษจำคุกและพ้นโทษมายังไม่ถึง 5 ปีนับถึงวันเลือกตั้ง เว้นแต่ความผิดโดยประมาทหรือลหุโทษ
- เคยถูกสั่งให้พ้นจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจเพราะทุจริตต่อหน้าที่
- เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลถึงที่สุดให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพราะร่ำรวยผิดปกติ หรือเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุกเพราะกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
- เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการหรือต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม หรือความผิดตามกฎหมายว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ หรือความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา ความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน กฎหมายว่าด้วยยาเสพติดในความผิดฐานเป็นผู้ผลิต นำเข้า ส่งออก หรือผู้ค้า กฎหมายว่าด้วยการพนันในความผิดฐานเป็นเจ้ามือหรือเจ้าสำนัก กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ หรือกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินในความผิดฐานฟอกเงิน
- เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำการทุจริตในการเลือกตั้ง
- เป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ
- เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น
- เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่น หรือเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ
- เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หรือผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ
- อยู่ในระหว่างต้องห้ามมิให้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
- เคยพ้นจากตำแหน่งเพราะศาลฎีกาหรือศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำพิพากษาว่าเป็นผู้มีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ หรือกระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง
- ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ไม่ว่าจะได้รับโทษหรือไม่ โดยพ้นโทษหรือต้องคำพิพากษามายังไม่ถึง 5 ปีนับถึงวันเลือกตั้ง
- เคยถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น ตามรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายว่าด้วยการลงคะแนนเสียงเพื่อถอดถอน มายังไม่ถึง 5 ปีนับถึงวันเลือกตั้ง
- อยู่ระหว่างถูกจำกัดสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตามมาตรา 42 หรือตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
- เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา หรือเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเดียวกันหรืออื่น
- เคยพ้นจากตำแหน่งใด ๆ ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพราะเหตุมีส่วนได้เสียในสัญญาหรือกิจการที่กระทำกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นหรืออื่น โดยมีพฤติกรรมเอื้อประโยชน์ส่วนตน และยังไม่พ้น 5 ปีนับแต่วันพ้นตำแหน่ง
- เคยถูกสั่งให้พ้นจากตำแหน่งใด ๆ ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพราะจงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ หรือมติคณะรัฐมนตรี อันเป็นเหตุให้เสียหายร้ายแรง และยังไม่พ้น 5 ปีนับแต่วันพ้นตำแหน่ง
- เคยถูกสั่งให้พ้นจากตำแหน่งใด ๆ ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพราะทอดทิ้งหรือละเลยไม่ปฏิบัติการตามหน้าที่ หรือปฏิบัติการไม่ชอบ หรือประพฤติตนฝ่าฝืนความสงบเรียบร้อยหรือสวัสดิภาพของประชาชน หรือมีความประพฤติเสื่อมเสีย และยังไม่พ้น 5 ปีนับแต่วันพ้นตำแหน่ง
- ลักษณะอื่นตามที่กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำหนด
การสมัครและเอกสาร
ผู้สมัครต้องยื่นใบสมัครต่อผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พร้อมหลักฐานและค่าธรรมเนียม ดังนี้
- ใบสมัครตามแบบ ส.ถ./ผ.ถ. 4/1
- รูปถ่ายหน้าตรงไม่สวมหมวก ขนาดกว้างประมาณ 8.5 ซม. ยาวประมาณ 13.5 ซม. ตามจำนวนที่กำหนด
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
- สำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน
- ใบรับรองแพทย์
- หลักฐานการศึกษา (กรณีสมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร)
- หลักฐานการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาติดต่อกัน 3 ปีนับถึงปีที่สมัคร (ยกเว้นผู้ไม่ได้เสียภาษี ให้ทำหนังสือยืนยันตามแบบ ส.ถ./ผ.ถ. 4/2) สามารถขอคัดสำเนาหลักฐานการเสียภาษีปี 2566, 2567, 2568 ได้ที่สำนักงานสรรพากรเขตพื้นที่
ค่าธรรมเนียมการสมัคร
- ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร 50,000 บาท
- สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร 10,000 บาท
- นายกเมืองพัทยา 10,000 บาท
- สมาชิกสภาเมืองพัทยา 5,000 บาท
บทลงโทษสำหรับผู้สมัครที่ขาดคุณสมบัติ
การสมัครรับเลือกตั้งโดยรู้ว่าตนเองขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม มีโทษตามมาตรา 120 ระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 ถึง 200,000 บาท และศาลจะสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 20 ปี
ที่มา : สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง



