ความคืบหน้ากรณีการจัดหางบประมาณเพื่อซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 ล่าสุด นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. เปิดเผยถึงความเป็นไปได้ในการใช้เงินจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือ กองทุน กทปส. โดยระบุว่า เรื่องนี้ต้องรอให้ทางกรมประชาสัมพันธ์ในฐานะเจ้าภาพหลัก ประสานงานเจรจาเรื่องลิขสิทธิ์ร่วมกับฟีฟ่าให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนก่อน จากนั้นจึงจะนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของบอร์ด กสทช. ว่าจะมีมติอย่างไร
ข้อกังวลเรื่องวัตถุประสงค์ของกองทุน
ส่วนข้อกังวลที่หลายฝ่ายมองว่าการนำงบประมาณจากกองทุน กทปส. ไปใช้อาจผิดวัตถุประสงค์ของกองทุนนั้น รักษาการเลขาธิการ กสทช. ชี้แจงว่า บทบาทหน้าที่ของกองทุนยูโซ (USO) และกองทุน กทปส. คือการทำให้ประชาชนเข้าถึงการติดต่อสื่อสารและการรับชมโทรทัศน์ได้อย่างทั่วถึง จึงไม่ได้ถือว่าผิดวัตถุประสงค์ แต่จำนวนเงินที่จะใช้ซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกมีมูลค่าสูงเกินไป จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบอีกครั้ง
ประเด็นเรื่องความคุ้มค่า
นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่องความคุ้มค่า ที่จะต้องพิจารณา เนื่องจากประเทศไทยไม่ได้เข้าร่วมแข่งขัน ประกอบกับเวลาถ่ายทอดสดเป็นช่วงดึกและช่วงเช้าตรู่ ซึ่งอาจไม่ได้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจมากนักตามที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกต อีกทั้งยังมีบทเรียนจากปี 2022 เรื่องปัญหาสัญญาณจอดำ เนื่องจากฟีฟ่ามีความเข้มงวดเรื่องลิขสิทธิ์เป็นอย่างมาก หากมีการละเมิดเงื่อนไขก็อาจถูกสั่งระงับสัญญาณทันที
ขั้นตอนต่อไป
สำหรับขั้นตอนต่อไป ต้องรอผลการเจรจาต่อรองค่าลิขสิทธิ์จากทางกรมประชาสัมพันธ์ ส่วนการประชุมบอร์ด กสทช. เพื่อพิจารณาเรื่องนี้อย่างเป็นทางการเมื่อใด คงต้องรอให้มีการส่งเรื่องเข้ามาตามขั้นตอนอย่างเป็นทางการอีกครั้ง จึงจะมีการจัดประชุมบอร์ด กสทช. เพื่อพิจารณาต่อไป



