กกต. เร่งประกาศรับรองผลเลือกตั้งส.ส. พร้อมจับตาขบวนการถอดรหัสบัตรเลือกตั้ง
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำลังเร่งจัดทำรายละเอียดเพื่อเสนอต่อที่ประชุมในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ เวลา 10.00 น. เพื่อประกาศรับรองผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง โดยคาดว่าจะสามารถประกาศรับรองผลได้จำนวนหนึ่งจากทั้งหมด 400 เขตเลือกตั้ง ส่วนเขตที่เหลือและ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ 100 คน ที่ต้องมีการออกเสียงลงคะแนนใหม่หรือนับคะแนนใหม่นั้น กกต. กำหนดให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 1 มีนาคม และคาดว่าจะประกาศรับรองผลทั้งหมดในต้นเดือนมีนาคม
เหตุผลการประกาศรับรองผลเร็ว
ตามไทม์ไลน์เดิม กกต. วางแผนใช้เวลาประมาณ 1 เดือนหลังวันเลือกตั้งเพื่อประกาศรับรองผล แต่ครั้งนี้จะประกาศในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ เนื่องจากรายงานจากผู้เกี่ยวข้องระบุว่าไม่พบการเลือกตั้งที่ไม่สุจริตหรือไม่เที่ยงธรรม อีกทั้งเรื่องร้องเรียนทุจริตเลือกตั้งมีน้อยกว่าการเลือกตั้งปี 2566 และจังหวัดยังดำเนินการสอบสวนไม่แล้วเสร็จ โดยกฎหมายเปิดโอกาสให้กกต. ประกาศรับรองผลไปก่อนและสอยภายหลังได้ภายในระยะเวลา 1 ปี
ความมั่นใจในความลับของการเลือกตั้ง
ในประเด็นคิวอาร์โค้ดหรือบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งมีการฟ้องร้องต่อศาลปกครองและศาลรัฐธรรมนูญ กกต. เห็นว่าการพิจารณาของศาลจะใช้เวลาพอสมควร และหากรอก็อาจไม่เป็นผลดีต่อการบริหารประเทศ พร้อมยืนยันว่าแม้จะมีโค้ดเหล่านี้บนบัตรเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ แต่ยังไม่สามารถพิสูจน์ย้อนกลับไปหาผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งได้ ดังนั้นการเลือกตั้งจึงยังเป็นไปโดยตรงและลับ
สำหรับการออกเสียงลงคะแนนใหม่ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ แม้บัตรเลือกตั้งจะปรากฏบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด แต่ไม่ปรากฏรหัส 9 ตัวที่ส่วนต้นขั้ว เนื่องจากกกต. ใช้เทคนิคพิเศษในการจัดพิมพ์ โดยรหัสต่างๆ ยังคงมีเหมือนเดิม จึงไม่ขัดต่อระเบียบกกต. ข้อที่ 129 และมั่นใจว่าจะไม่ทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ
ปัญหาบัตรเขย่งและแนวทางแก้ไข
ปัญหาบัตรเลือกตั้งไม่ตรงกับจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์หรือ "บัตรเขย่ง" นั้น จากการตรวจสอบพบว่ามีการเขย่งจริงอยู่ที่หลักร้อยบัตรในกว่า 50 หน่วยเลือกตั้ง โดยกกต. ได้สั่งให้มีการนับคะแนนใหม่และออกเสียงลงคะแนนใหม่ในหลายหน่วยแล้ว คาดว่าหลังประกาศรับรองผล ความสนใจของสังคมจะเปลี่ยนไปที่การจัดตั้งรัฐบาล
ดำเนินคดีขบวนการถอดรหัสบัตรเลือกตั้ง
กกต. กำลังรวบรวมข้อมูลเพื่อเสนอให้มีการดำเนินคดีกับผู้ที่ไปสังเกตการณ์เลือกตั้งในการออกเสียงลงคะแนนใหม่วันที่ 22 กุมภาพันธ์ ซึ่งมีการซูมถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งเพื่อดูบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด แล้วนำมาถอดรหัสหาความเชื่อมโยงว่าสามารถสอบย้อนกลับไปยังผู้มาใช้สิทธิ์ได้หรือไม่ เนื่องจากเห็นว่าการกระทำดังกล่าวมีลักษณะเป็นขบวนการ มีการแบ่งงานกันทำ และมีเจตนาให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ อีกทั้งอาจเข้าข่ายผิด พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ด้วย



