กกต. เตือนวันสุดท้าย 15 ก.พ. อย่าลืมแจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง-ประชามติ
กกต.เตือน 15 ก.พ. วันสุดท้ายแจ้งเหตุไม่ไปเลือกตั้ง (14.02.2026)

กกต. ประกาศเตือนวันสุดท้าย 15 ก.พ. นี้ สำหรับการแจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งและออกเสียงประชามติ

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกประกาศแจ้งเตือนอย่างเร่งด่วนถึงผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ ที่ไม่ได้ไปใช้สิทธิในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 รวมถึงผู้ที่ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตในวันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ แต่ไม่ได้ไปใช้สิทธิเช่นกัน โดยย้ำว่า วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นวันสุดท้าย ในการแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิ หากไม่ดำเนินการภายในกำหนด อาจต้องเผชิญกับการจำกัดสิทธิทางการเมือง ตามกฎหมาย

ช่องทางการแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง

ผู้มีสิทธิสามารถแจ้งเหตุได้ผ่าน 3 ช่องทางหลัก เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบทางกฎหมาย ดังนี้

  1. ทางอิเล็กทรอนิกส์: ผ่านเว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (www.ect.go.th) หรือเว็บไซต์กรมการปกครอง รวมถึงแอปพลิเคชัน "ทางรัฐ" และ Smart Vote โดยพิมพ์คำว่า "แจ้งเหตุการเลือกตั้ง สส." หรือ "แจ้งเหตุการออกเสียงประชามติ" ผ่านระบบมือถือหรือคอมพิวเตอร์
  2. ยื่นด้วยตนเอง: นำหลักฐานไปยื่นต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่น โดยสามารถมอบหมายให้บุคคลอื่นไปยื่นแทนได้ด้วยหนังสือมอบหมาย พร้อมหลักฐานที่เกี่ยวข้อง
  3. ส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน: ส่งเอกสารแจ้งเหตุพร้อมหลักฐานทางไปรษณีย์ลงทะเบียน เพื่อความปลอดภัยและเป็นหลักฐานการดำเนินการ

ผลกระทบหากไม่แจ้งเหตุ: การจำกัดสิทธิทางการเมือง

หากผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่แจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิภายในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 จะถูกจำกัดสิทธิทางการเมือง เป็นเวลา 2 ปี นับจากวันเลือกตั้งหรือวันออกเสียงประชามติ ซึ่งสอดคล้องกับมาตรา 35 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 การจำกัดสิทธิดังกล่าวครอบคลุมกิจกรรมสำคัญหลายด้าน เช่น

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram
  • การยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
  • การสมัครรับเลือกตั้งในตำแหน่งต่างๆ เช่น สส. สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น สมาชิกวุฒิสภา กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน
  • การดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมืองหรือข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมือง
  • การดำรงตำแหน่งในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น รองผู้บริหารท้องถิ่น เลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น และที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น

นอกจากนี้ หากในอนาคตผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ไปใช้สิทธิอีกในครั้งต่อไป ระยะเวลาการจำกัดสิทธิจะถูกนับใหม่จากวันที่ไม่ได้ไปใช้สิทธิครั้งล่าสุด โดยหากยังเหลือเวลาจากการจำกัดสิทธิครั้งก่อนอยู่ จะสิ้นสุดลงและเริ่มนับใหม่ตามกรณีหลังนี้

กกต. จึงเน้นย้ำให้ประชาชนรีบดำเนินการแจ้งเหตุให้ทันก่อนวันสุดท้าย เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสิทธิทางการเมืองในระยะยาว