ผลการนับคะแนนใหม่ในกรุงเทพมหานคร พรรคประชาชนคว้าชัยเด็ดทั้งเขตและปาร์ตี้ลิสต์
เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 10.00 น. กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ได้เริ่มกระบวนการนับคะแนนใหม่สำหรับบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง, สส.แบบบัญชีรายชื่อ และการออกเสียงประชามติ ณ หน่วยเลือกตั้งและหน่วยออกเสียงประชามติที่ 10 แขวงคันนายาว เขตคันนายาว ซึ่งอยู่ในเขตเลือกตั้งที่ 15 ของกรุงเทพมหานคร โดยจัดขึ้นที่อาคารอมรพันธ์แชทเทลไลท์คอนโดทาวน์ (R4) การนับคะแนนครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เกิดพายุฝนรุนแรงทำให้ต้องหยุดการนับคะแนนไปชั่วคราว ส่งผลให้ต้องเลื่อนการประกาศผลออกไป
การสังเกตการณ์และความโปร่งใสในการนับคะแนน
ในระหว่างกระบวนการนับคะแนนใหม่ มีประชาชนทั่วไปและนักการเมืองจากหลายพรรคการเมืองเข้าร่วมสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างความมั่นใจในความถูกต้องและความโปร่งใสของผลการเลือกตั้ง ซึ่งสะท้อนถึงความสำคัญของกระบวนการประชาธิปไตยในประเทศไทย กระทั่งเวลา 11.40 น. ของวันเดียวกัน ทาง กปน. ได้ประกาศเสร็จสิ้นการนับคะแนนทั้ง 3 บัตรเลือกตั้ง โดยผลคะแนนที่ออกมามีความชัดเจนและน่าสนใจเป็นอย่างมาก
ผลคะแนนที่น่าจับตามองในเขตเลือกตั้งที่ 15
สำหรับผลการนับคะแนนในหน่วยที่ 10 เขตเลือกตั้งที่ 15 ของกรุงเทพมหานคร ปรากฏว่าพรรคประชาชนสามารถคว้าชัยชนะได้อย่างโดดเด่นในทุกหมวดหมู่ เริ่มจากบัตรเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขต ซึ่งนายวิทวัส ติชะวาณิชย์ ผู้สมัคร สส.กทม. จากพรรคประชาชน ได้รับคะแนนนำเป็นอันดับ 1 ด้วยจำนวน 224 คะแนน ขณะที่นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย ตามมาเป็นอันดับ 2 ด้วย 103 คะแนน
ในส่วนของบัตรเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ หรือปาร์ตี้ลิสต์ พรรคประชาชนยังคงแสดงความแข็งแกร่งด้วยการได้รับคะแนนสูงสุดเป็นอันดับ 1 จำนวน 233 คะแนน ตามด้วยพรรคภูมิใจไทย ที่ได้ 95 คะแนน ในอันดับ 2 พรรคเพื่อไทย ได้ 60 คะแนน ในอันดับ 3 และพรรคประชาธิปัตย์ ได้ 40 คะแนน ในอันดับ 4
ผลการออกเสียงประชามติที่ชัดเจน
สำหรับบัตรออกเสียงประชามติ ผลคะแนนแสดงให้เห็นถึงความเห็นชอบจากประชาชนเป็นส่วนใหญ่ โดยมีคะแนนเห็นชอบจำนวน 336 คะแนน คะแนนไม่เห็นชอบ 167 คะแนน และคะแนนที่ไม่แสดงความเห็น 21 คะแนน ซึ่งสะท้อนถึงแนวโน้มการสนับสนุนจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งในพื้นที่นี้อย่างชัดเจน
การนับคะแนนใหม่ในครั้งนี้ไม่เพียงแต่ช่วยคลี่คลายความไม่แน่ชัดจากเหตุการณ์พายุฝนเท่านั้น แต่ยังเป็นการยืนยันผลการเลือกตั้งที่โปร่งใสและน่าเชื่อถือสำหรับเขตคันนายาว ซึ่งอาจส่งผลต่อภาพรวมทางการเมืองในกรุงเทพมหานครและระดับประเทศต่อไป



