“สมชัย” คาดศาลรัฐธรรมนูญตัดสินคดีบัตรเลือกตั้งเร็วสุด 1 เดือน ชี้เกมอาจถูกดึงยาว
รศ.สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ได้ออกมาเปิดเผยความเห็นเกี่ยวกับคดีบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด โดยคาดการณ์ว่า ศาลรัฐธรรมนูญอาจพิจารณาและตัดสินคดีนี้เร็วสุดภายในระยะเวลา 1 เดือน พร้อมทั้งแนะรัฐบาลให้แสดงฝีมือการบริหารประเทศให้เต็มที่ในช่วงเวลานี้
กระบวนการพิจารณาคดีและความคาดหวัง
ในการให้สัมภาษณ์ผ่านรายการไทยรัฐนิวส์รูม เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2569 รศ.สมชัย กล่าวว่า หลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องผู้ตรวจการแผ่นดินในประเด็นบัตรเลือกตั้ง และให้ผู้เกี่ยวข้องชี้แจงภายใน 15 วันนั้น เบื้องต้นยังไม่น่ามีความตื่นเต้นใดๆ เกิดขึ้น เนื่องจากต้องรอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องส่งหลักฐานมายังศาลก่อน
หากไม่มีการขอขยายเวลา ศาลอาจใช้เวลาต่อไปอีก 7 วันสำหรับการไต่สวน และอีก 7 วันสำหรับการวินิจฉัย โดยศาลจะประเมินว่าหลักฐานเพียงพอสำหรับการนัดวินิจฉัยหรือไม่ ซึ่งคาดว่าเร็วที่สุดคดีอาจสิ้นสุดลงในราว 1 เดือน นี่ถือเป็นโอกาสให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แสดงฝีมือการบริหารรัฐบาลให้เต็มที่ภายในระยะเวลาดังกล่าว
ความรับผิดชอบของ กกต. และแนวโน้มการขยายเวลา
รศ.สมชัย ยังได้เน้นย้ำว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งทั้ง 7 คน รวมถึงเลขาธิการ กกต. และองค์กร ไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบในเรื่องบัตรเลือกตั้งได้ แม้ว่าจะอ้างว่าเป็นเรื่องที่โรงพิมพ์เสนอมา แต่กระบวนการทั้งหมดต้องผ่านการอนุมัติจาก กกต. ซึ่งต้องรับผิดชอบร่วมกันอย่างถ้วนหน้า
ด้านนายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน ซึ่งร่วมให้ความเห็นในรายการเดียวกัน กล่าวว่า กระบวนการทั้งหมดน่าจะไม่เกิน 1 เดือน เพื่อให้ความเป็นรัฐสมบูรณ์ก่อน อย่างไรก็ตาม เขาคาดว่า กกต. อาจขอขยายเวลา 15 วัน และศาลรัฐธรรมนูญอาจให้โอกาส 1 ครั้ง ส่งผลให้ระยะเวลาพิจารณารวมเป็น 1 เดือน หลังจากนั้นศาลจะตัดสินใจว่าจะสั่งให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง 499 คนหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่
ความเห็นที่ขัดแย้งและสถานการณ์วิกฤต
แม้จะมีนักกฎหมายระดับสูง เช่น ศ.ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ที่ให้ความเห็นว่าการเลือกตั้งอาจไม่โมฆะ และนายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี ที่ออกมาเห็นว่าอาจโมฆะ แต่สถานการณ์ปัจจุบันยังมีวิกฤตพลังงานที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ไขภายในเวลาจำกัด หากศาลสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ อาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของรัฐบาลอย่างมีนัยสำคัญ
เกมการเมืองและการดึงเวลา
รศ.สมชัย ยังมองในแง่ของเกมการเมืองว่า อาจมีการดึงเกมเรื่องนี้ให้ยาวที่สุด โดยการเสนอชื่อพยานจากแต่ละฝ่ายอย่างเต็มที่ เช่น 30-40 ปาก เพื่อให้กระบวนการไต่สวนยืดเยื้อออกไป ศาลอาจมีบทบาทในการให้เกมนี้ดำเนินต่อไป หรืออาจเห็นภาพการขยายเวลาจาก 1 เดือน เป็น 1 เดือนครึ่ง
ดังนั้น หากต้องการตั้งรัฐบาลหรือเสนอกฎหมายในสภา ควรทำอย่างเต็มที่ในช่วงเวลานี้ ข้าราชการก็ไม่ควรเกียร์ว่าง เนื่องจากประเทศไทยยังรอไม่ได้ รศ.สมชัย หวังว่าทุกฝ่ายจะทำงานอย่างเต็มที่ และต้องติดตามว่าศาลจะอนุญาตให้เสนอพยานได้มากน้อยเพียงใด แม้ กกต. อาจเสนอพยานเต็มที่ แต่ศาลอาจจำกัดไว้เพียง 0 ราย หรือ 1-2 รายเท่านั้น



