น.ส.ศิริภา อินทวิเชียร รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ Facebook เปิดโปงการโจมตีจากเครือข่ายบัญชี IO ที่เข้าไปถล่มเพจของนายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี หลังจากที่เพจดังกล่าวโพสต์เนื้อหาเกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชั่นและการเมืองสุจริตระหว่างการลงพื้นที่หาเสียงช่วยนายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. เบอร์ 5 ของพรรค โดยมีคอมเมนต์เชิงลบจำนวนมากที่เข้ามาในลักษณะเดียวกัน
พฤติกรรม IO ที่ถูกแฉ
น.ส.ศิริภา ระบุว่า เพจของนายชวนไม่เคยปิดกั้นความคิดเห็น แต่สิ่งที่พบคือการเข้ามาของ IO ที่ใช้ความเห็นหยาบคาย ซึ่งแสดงให้เห็นว่าฝ่ายตรงข้ามกังวลกับการลงพื้นที่ของนายชวนอย่างมาก เธอชี้ให้เห็นถึงลักษณะของบัญชี IO ที่ตรวจจับได้ง่าย อาทิ รูปโปรไฟล์ปิดหน้าหรือใช้รูปอนิเมะซ้ำกัน โพสต์รีไซเคิลเนื้อหาเดียวกัน โปรไฟล์แห้งไม่มีตัวตนจริง ชื่อไม่ตรงกับเนื้อหา และมีเพื่อนซ้ำกันใน friend list
การโจมตีอย่างเป็นระบบต่อพรรคและแกนนำ
รายงานระบุว่าในช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาธิปัตย์เผชิญกับการโจมตีทางดิจิทัลอย่างเป็นระบบ โดยบัญชีที่คาดว่าเป็น IO ได้เข้าไปแสดงความคิดเห็นเชิงลบผิดปกติในเพจของแกนนำพรรคหลายคน เช่น นายชวน หลีกภัย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายสกลธี ภัททิยกุล และนายอนุชา บูรพชัยศรี รวมถึงเว็บไซต์ทางการของพรรค
สัญญาณของ Coordinated Inauthentic Behavior
การตรวจสอบพบพฤติกรรมที่เข้าข่าย Coordinated Inauthentic Behavior (CIB) โดยมีการระดมคอมเมนต์พร้อมกันในช่วงเวลาสั้นๆ ประมาณ 2-3 ชั่วโมง โดยเฉพาะในโพสต์ที่พูดถึงการเมืองสุจริตและเชิญชวนร่วมฟังปราศรัยใหญ่ในวันที่ 26 มิถุนายน หลังจากนั้นบัญชีกลุ่มดังกล่าวจะย้ายไปโจมตีเพจอื่นของแกนนำพรรคต่อไป
เนื้อหาคอมเมนต์ที่ถูกวางแผน
เนื้อหาคอมเมนต์ส่วนใหญ่เป็นวาทกรรมเก่าที่ถูกนำมาใช้สร้างความชอบธรรมหรือแย่งชิงอำนาจ โดยผู้คอมเมนต์มักใช้ข้อความที่คัดลอกกันมา ขึ้นต้นประโยคเหมือนกันและบิดท้ายเล็กน้อยเพื่อหลบเลี่ยงระบบตรวจจับสแปม น.ส.ศิริภา กล่าวว่ายุคของการโจมตีด้วยข้อมูลเท็จควรหมดไป และควรหันมาสร้างสรรค์การเมืองด้วยความจริงใจ
ความผิดปกติที่เว็บไซต์พรรค
นอกจากการโจมตีบนโซเชียลมีเดียแล้ว เว็บไซต์ของพรรคประชาธิปัตย์ยังประสบปัญหาล่มในช่วงวันที่ 19 มิถุนายน โดยมีการตรวจสอบ Traffic พบว่ามีปริมาณการเข้าชมจากต่างประเทศสูงผิดปกติ เช่น สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร แคนาดา และจาเมกา ซึ่งสูงกว่าการเข้าชมจากประเทศไทย ทำให้เกิดข้อสมมติฐานว่าอาจมีการโจมตีระบบเครือข่ายผ่าน VPN เพื่ออำพรางตัวตน
บทสรุปและข้อเสนอ
เหตุการณ์นี้สะท้อนความท้าทายของการเมืองในยุคดิจิทัล โดย น.ส.ศิริภา เรียกร้องให้ทุกภาคส่วนหันมาให้ความสำคัญกับการสร้างพื้นที่สื่อสารที่ปลอดภัยและโปร่งใส มุ่งเน้นการแข่งขันด้วยนโยบายและความจริงใจ มากกว่าการใช้เทคโนโลยีมาดิสเครดิตกัน พร้อมย้ำว่า "เลิกได้ให้เลิก" กับการใช้ IO และข้อมูลเท็จ



