สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงมีพระกรณียกิจสำคัญในการส่งเสริมหลักนิติธรรม ความยุติธรรม และความร่วมมือระหว่างประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต โดยทรงใช้พระปรีชาสามารถด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมขับเคลื่อนบทบาทของประเทศไทยในเวทีระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง จนได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในระดับโลก
บทบาทในเวทีสหประชาชาติและการสร้างความร่วมมือสากล
ในช่วงที่ทรงดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งประเทศไทยประจำกรุงเวียนนา และผู้แทนถาวรของประเทศไทยประจำองค์การสหประชาชาติและองค์การระหว่างประเทศ ณ กรุงเวียนนา สาธารณรัฐออสเตรีย พระองค์ทรงมีบทบาทสำคัญในการผลักดันความร่วมมือระหว่างประเทศด้านการป้องกันอาชญากรรม การส่งเสริมหลักนิติธรรม และการต่อต้านการทุจริต ภายใต้กรอบความร่วมมือขององค์การสหประชาชาติ
พระอัจฉริยภาพและความเชี่ยวชาญด้านกระบวนการยุติธรรมของพระองค์เป็นที่ประจักษ์จากการที่ทรงได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่ง ประธานคณะกรรมาธิการว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญาแห่งสหประชาชาติ (CCPCJ) ซึ่งนับเป็นตำแหน่งสำคัญระดับนานาชาติ อันสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของประชาคมโลกต่อพระวิสัยทัศน์และพระปรีชาสามารถในการส่งเสริมความยุติธรรมและธรรมาภิบาล
ยกระดับการต่อต้านทุจริตผ่านเวที IACA
ในด้านการต่อต้านการทุจริต พระองค์ทรงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการขับเคลื่อนการดำเนินงานของสถาบันป้องกันและปราบปรามการทุจริตระหว่างประเทศ (IACA) ซึ่งเป็นองค์กรระหว่างประเทศที่จัดตั้งขึ้นเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ งานวิจัย และศักยภาพบุคลากรด้านการต่อต้านการทุจริตของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก โดยมีลำดับเหตุการณ์สำคัญดังนี้
- 29–30 พฤศจิกายน 2555 (กรุงเวียนนา สาธารณรัฐออสเตรีย) ทรงรับเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมสมัชชาแห่งภาคี สมัยที่ 1 ของ IACA
- เกียรติประวัติระดับโลก ทรงได้รับเลือกจากที่ประชุมให้ดำรงตำแหน่ง รองประธานสมัชชาแห่งภาคี สมัยที่ 1 ในฐานะผู้แทนกลุ่มประเทศเอเชีย–แปซิฟิก (วาระดำรงตำแหน่ง 1 ปี) สะท้อนถึงการยอมรับในบทบาทของพระองค์ในเวทีการต่อต้านการทุจริตระดับนานาชาติ
- พระดำริและวิสัยทัศน์ ทรงกล่าวสุนทรพจน์เน้นย้ำว่า แม้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต (UNCAC) จะเป็นกรอบกฎหมายระหว่างประเทศที่สำคัญ แต่ความสำเร็จย่อมขึ้นอยู่กับความสามารถของรัฐภาคีในการพัฒนากฎหมาย สถาบัน และบุคลากรที่เกี่ยวข้องให้มีประสิทธิภาพและเท่าทันต่อรูปแบบการทุจริตที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
- บทบาทเจ้าภาพโลก ทรงประกาศความพร้อมของประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสมัชชาแห่งภาคีสมัยที่ 2 ของ IACA ณ กรุงเทพมหานครในปี 2556 ซึ่งต่อมาได้จัดขึ้นสำเร็จลุล่วงและมีส่วนสำคัญในการยกระดับประเทศไทยเป็นศูนย์กลางความร่วมมือด้านการต่อต้านการทุจริตของภูมิภาค
ทูตสันถวไมตรี UNODC และคุณูปการอันยั่งยืน
พระกรณียกิจดังกล่าวนับเป็นคุณูปการสำคัญต่อการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ตลอดจนการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านกระบวนการยุติธรรมและการบังคับใช้กฎหมาย อันเป็นรากฐานสำคัญของการสร้างสังคมที่ยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และหลักนิติธรรม
พระองค์ยังทรงสนับสนุนการดำเนินงานขององค์การสหประชาชาติในด้านหลักนิติธรรม การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน และการเข้าถึงความยุติธรรมอย่างต่อเนื่อง จนได้รับการแต่งตั้งเป็น ทูตสันถวไมตรีของสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ด้านหลักนิติธรรมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ถึงพระเกียรติคุณและการยอมรับในระดับนานาชาติต่อพระราชกรณียกิจที่ทรงอุทิศเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนและประชาคมโลก
พระกรณียกิจด้านการส่งเสริมความโปร่งใส หลักนิติธรรม และการต่อต้านการทุจริตของพระองค์ นอกจากจะเป็นคุณูปการอันทรงคุณค่าแก่ประเทศไทยแล้ว ยังเป็นแรงบันดาลใจสำคัญต่อองค์กรและบุคลากรด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตทั่วโลกในการร่วมกันสร้างสังคมที่สุจริต โปร่งใส และเป็นธรรมอย่างยั่งยืน



