คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลความผิดนายสัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล (นายก อบจ.สตูล) กับพวก กรณีไม่บอกเลิกจ้างโครงการก่อสร้างศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อ.ควนโดน จ.สตูล ซึ่งส่งผลให้ค่าปรับพุ่งสูงถึง 58,106,100 บาท โดยพบว่าผู้รับเหมาเป็นน้องชายของนายก อบจ. และเป็นบิดาของนายวรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
รายละเอียดโครงการและความล่าช้า
เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2559 นายสัมฤทธิ์ในฐานะนายก อบจ.สตูล ลงนามในสัญญาจ้างกับห้างหุ้นส่วนจำกัด เกียรติเจริญชัยการโยธา เพื่อก่อสร้างศูนย์บริการนักท่องเที่ยว วงเงิน 29,800,000 บาท ระยะเวลาดำเนินการ 450 วัน สิ้นสุดสัญญาวันที่ 22 ธันวาคม 2560 อย่างไรก็ตาม ผู้รับจ้างไม่ได้เข้าดำเนินงานตั้งแต่แรก อบจ.สตูลมีหนังสือเร่งรัดถึง 4 ครั้ง ก่อนสัญญาครบกำหนด และหลังครบกำหนดในวันที่ 12 มกราคม 2561 งานแล้วเสร็จเพียงร้อยละ 25.79
การผ่อนปรนไม่บอกเลิกสัญญา
นายสัมฤทธิ์เห็นชอบให้ผ่อนปรนการบอกเลิกสัญญา และให้ผู้รับจ้างจัดทำแผนปฏิบัติงานใหม่หลายครั้ง แต่ผู้รับจ้างไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จตามแผน จนกระทั่งค่าปรับสะสมสูงถึง 58,106,100 บาท ซึ่งสูงกว่าราคาสัญญาเกือบเท่าตัว การผ่อนปรนดำเนินนานถึง 6 ปี จนกระทั่งวันที่ 23 มกราคม 2567 ผู้รับจ้างส่งมอบงานและคณะกรรมการตรวจรับงานตรวจรับเรียบร้อย
ความสัมพันธ์กับรัฐมนตรีช่วยว่าการมหาดไทย
จากการไต่สวนพบว่า นายสมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ หุ้นส่วนของห้างหุ้นส่วนจำกัด เกียรติเจริญชัยการโยธา เป็นน้องชายของนายสัมฤทธิ์ และเป็นบิดาของนายวรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ทำให้คดีนี้ถูกจับตาว่ามีความเชื่อมโยงกับผู้มีอำนาจในระดับสูง
มติ ป.ป.ช. และขั้นตอนต่อไป
นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการ ป.ป.ช. แถลงว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติว่าการกระทำของนายสัมฤทธิ์มีมูลความผิดทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 151 และมาตรา 157 รวมถึง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 ส่วนห้างหุ้นส่วนจำกัด เกียรติเจริญชัยการโยธา และนายสมเกียรติ มีมูลความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุน ป.ป.ช. จะส่งรายงานสำนวนการไต่สวนไปยังอัยการสูงสุดเพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลที่มีเขตอำนาจ และส่งไปยังผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอนเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป



