ศุภมาสทลายโกดังยาลดน้ำหนักมรณะไร้ อย. มูลค่า 3 ล้าน
ทลายโกดังยาลดน้ำหนักมรณะไร้ อย. มูลค่า 3 ล้าน

ปฏิบัติการทลายโกดังผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนักเถื่อน

วันที่ 7 กรกฎาคม 2569 นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) พร้อมด้วยนายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ที่ปรึกษารัฐมนตรี และนายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการ สคบ. ร่วมกับพลตำรวจเอกสำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และเภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แถลงข่าวผลปฏิบัติการทลายแหล่งผลิตผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนักยี่ห้อบาชิ ที่บริเวณซอยตาด่อน ตำบลบางแม่นาง อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี

การปฏิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องจากกรณีผู้บริโภคหญิงรายหนึ่งเสียชีวิตเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2569 หลังรับประทานผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนักยี่ห้อบาชิที่สั่งซื้อผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจนครบาล (บก.สส.บช.น.) ร่วมกับพนักงานเจ้าหน้าที่ อย. ได้สืบสวนขยายผลจนนำไปสู่การขอหมายค้นศาลจังหวัดนนทบุรีเข้าตรวจค้นโกดังทั้ง 2 จุด

ยึดของกลางกว่า 10,000 ชิ้น มูลค่ากว่า 3 ล้านบาท

ผลการตรวจค้นพบเครื่องจักรสายการผลิตครบวงจร อาทิ เครื่องผสมสารตั้งต้น เครื่องบรรจุแคปซูล เครื่องทำความสะอาดแคปซูล เครื่องบรรจุซองอัตโนมัติ เครื่องชริ้งค์ฟิล์ม และเครื่องพิมพ์วันผลิตและวันหมดอายุ พร้อมสารตั้งต้นทั้งที่ผสมเสร็จแล้วและยังไม่ได้ผสม แคปซูลเปล่าสำหรับบรรจุ ผลิตภัณฑ์ยี่ห้อบาชิบรรจุขวดสมบูรณ์พร้อมจำหน่าย ผลิตภัณฑ์ยี่ห้อลิโซ่ (Lishou Fuling Jiaonang) และฉลากของทั้ง 2 ยี่ห้อ รวมของกลาง 45 รายการ จำนวนประมาณ 10,000 ชิ้น คิดเป็นมูลค่าประมาณ 3,000,000 บาท

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบผู้ดูแลสถานที่เป็นชาวต่างชาติ 3 ราย จึงนำตัวไปสอบปากคำเพิ่มเติม ผลิตภัณฑ์ทั้ง 2 ยี่ห้อไม่มีเลขสารบบอาหาร และ อย. เคยประกาศเตือนภัยว่าเป็นสินค้าผิดกฎหมาย เนื่องจากตรวจพบการลักลอบผสมไซบูทรามีน ซึ่งเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 1 มีอันตรายต่อระบบหัวใจและหลอดเลือดถึงขั้นเสียชีวิต

รัฐบาลบูรณาการคุ้มครองผู้บริโภค

นางสาวศุภมาสกล่าวว่า รัฐบาลบูรณาการทำงานทุกภาคส่วนเพื่อขับเคลื่อนการคุ้มครองผู้บริโภคตามแนวทางของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี โดยสั่งการให้ สคบ. ทำงานร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) และ อย. อย่างใกล้ชิด เพื่อปราบปรามสินค้าอันตราย โดยเฉพาะที่ขายผ่านช่องทางออนไลน์

ในการประชุมคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (คคบ.) ครั้งที่ 4/2569 เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 ที่ประชุมได้หารือกรณีผู้บริโภคเสียชีวิตภายหลังรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารยี่ห้อบาชิ และมีมติมอบหมายให้ อย. ตรวจสอบและเฝ้าระวังการโฆษณาและการจำหน่ายอย่างเข้มงวด นำไปสู่การขยายผลของตำรวจ

เยียวยาครอบครัวผู้เสียหายและดำเนินคดี

ในส่วนของ สคบ. ได้รวบรวมข้อเท็จจริงเรื่องร้องทุกข์กรณีนี้และกำหนดนัดเจรจาไกล่เกลี่ยเพื่อเยียวยาครอบครัวผู้เสียหายในวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 ควบคู่กับการตรวจสอบผู้จำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ตามพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545 ประสานแพลตฟอร์มปิดกั้นร้านค้าที่เกี่ยวข้อง และพร้อมช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียหายใช้สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้ผลิตและผู้ขายตามพระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 ซึ่งผู้เสียหายไม่ต้องพิสูจน์ความผิดของผู้ประกอบการ

นางสาวศุภมาสกล่าวว่า “การสูญเสียครั้งนี้ต้องไม่เกิดขึ้นซ้ำ ดิฉันสั่งการให้ สคบ. เข้าดูแลการเยียวยาและการใช้สิทธิทางกฎหมายของครอบครัวผู้เสียหายอย่างเต็มที่ โดยนัดเจรจาไกล่เกลี่ยแล้วในวันที่ 13 กรกฎาคมนี้ และขอขอบคุณ บช.น., บก.ปคบ. และ อย. ที่ร่วมกันขยายผลจนถึงต้นตอของแหล่งผลิต วันนี้เราไม่ได้จับแค่คนขาย แต่เราตัดวงจรตั้งแต่แหล่งผลิต”

เตือนประชาชนก่อนซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

นางสาวศุภมาสกล่าวทิ้งท้ายว่า อาหารเสริมเป็นเรื่องที่ตนให้ความสำคัญ เพราะเป็นของที่เข้าปากเข้าสู่ร่างกายโดยตรง หากมีสารอันตรายปนเปื้อน อันตรายถึงชีวิตได้ จึงขอเตือนประชาชนก่อนซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทุกชนิด ต้องตรวจสอบว่ามีเลขสารบบอาหารของ อย. และตรวจสอบเลขนั้นได้จริง ส่วนปากกาลดน้ำหนักเป็นยาที่ต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์ ต้องซื้อจากสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาตและให้แพทย์เป็นผู้สั่งจ่ายเท่านั้น ห้ามซื้อผ่านช่องทางออนไลน์เด็ดขาด “ความผอมไม่มีค่าเท่าชีวิตของท่านและคนที่รักท่าน หากพบเห็นการขายผลิตภัณฑ์ต้องสงสัย แจ้งมาที่ สคบ. ได้ทันที ทุกเบาะแสของท่านช่วยชีวิตคนได้”

ผู้บริโภคที่ได้รับความเสียหายหรือพบเบาะแสการจำหน่ายผลิตภัณฑ์อันตราย ร้องเรียนได้ที่สายด่วน สคบ. 1166 แอปพลิเคชัน OCPB Connect เว็บไซต์ ocpb.go.th ศูนย์ดำรงธรรมทั่วประเทศ หรือสายด่วน อย. 1556