วันที่ 28 มิ.ย. 2569 นายจุติ ไกรฤกษ์ ประธานคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันการเงิน และตลาดการเงิน สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า คณะกรรมาธิการได้เดินหน้าเร่งตรวจสอบตลาดการซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (Forex) และเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้อง หลังจากได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายแทนคุณ จิตต์อิสระ ประธานชมรมสันติประชาธรรม เกี่ยวกับผู้เสียหายถูกหลอกลงทุนจากโบรกเกอร์ผิดกฎหมายจำนวนมาก และธนาคารแห่งประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายรองรับ โดยนางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู ประธานคณะอนุกรรมาธิการกลั่นกรองเรื่องพิจารณาศึกษาฯ ได้นำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมกมธ.การเงินฯ
กมธ.การเงินฯ ย้ำให้ความเป็นธรรมรอบด้าน
นายจุติกล่าวว่า กรรมาธิการจะพิจารณาอย่างรอบด้าน และเร่งสรุปเรื่องการฉ้อโกงประชาชนทั้งในและนอกตลาดหลักทรัพย์ รวมถึงปัญหาผู้ถือหุ้นรายย่อยไม่ได้รับความเป็นธรรม และปัญหาหุ้นกู้ที่ยังไม่ได้รับการเยียวยา โดยจะนำกลับมารายงานต่อที่ประชุมภายใน 2 สัปดาห์ “เรายึดหลักการทำงาน แก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนต้องมาก่อน” นายจุติ กล่าว
การสอบสวนครั้งนี้ครอบคลุมถึงเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงกับ Forex ซึ่งมีผู้เสียหายจำนวนมากถูกหลอกลงทุนจากโบรกเกอร์ที่ไม่มีใบอนุญาต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายรองรับอย่างชัดเจน ทำให้การดำเนินคดีและการเยียวยาผู้เสียหายเป็นไปอย่างล่าช้า คณะกรรมาธิการจึงต้องเร่งรัดการทำงานเพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ประชาชน
ผลักดันสินเชื่อช่วยผู้ประกอบการรายย่อย
นอกจากการสอบ Forex แล้ว คณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง ยังได้หารือกับสถาบันการเงินเฉพาะกิจในสังกัดกระทรวงการคลังถึงแนวทางสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล เพื่อผลักดันสินเชื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยไทย เช่น ร้านอาหาร โรงแรม ซึ่งมีความสำคัญต่อการจ้างงานในประเทศ กำลังขาดสภาพคล่อง ให้สามารถรักษาความเป็นเจ้าของกิจการและไม่ถูกต่างชาติเข้ามากลืนธุรกิจ
นายจุติระบุว่า ธนาคารรัฐจะต้องไม่เพียงแค่ปล่อยกู้แล้วจบ แต่ต้องทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงทั้งด้านการเงินและการตลาดควบคู่ไปด้วย เพื่อประคับประคองให้ธุรกิจอยู่รอด “สิ่งที่เป็นห่วงคือ ทำอย่างไรประชาชนจะเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น หากใครมีปัญหาสามารถร้องเรียนมายังคณะกรรมาธิการได้ เราจะช่วยประสานงาน พิจารณาแนวทางช่วยเหลือ และทำงานเชิงรุก เพื่อให้ประชาชนยังมีงานทำ และผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจต่อไปได้ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยากลำบาก กำลังซื้อภายในประเทศลดลงและภาคการท่องเที่ยวยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่” ประธาน กมธ.การเงินฯ กล่าว
สถานการณ์เศรษฐกิจและความท้าทาย
การดำเนินการของกมธ.การเงินฯ สะท้อนถึงความพยายามในการแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจที่กำลังเผชิญหน้าอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการฉ้อโกงในตลาด Forex ที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน หรือการขาดสภาพคล่องของผู้ประกอบการรายย่อยที่อาจนำไปสู่การสูญเสียกิจการให้กับนักลงทุนต่างชาติ
ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการจะเร่งรัดการทำงานภายใน 2 สัปดาห์เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน พร้อมทั้งเดินหน้าผลักดันมาตรการสินเชื่อที่เข้าถึงง่ายและมีพี่เลี้ยงช่วยเหลือ เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยสามารถฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจครั้งนี้ไปได้



