เปิดเงื่อนไขติดกำไล EM "ทักษิณ" หลังพักโทษ 11 พ.ค. 2569
เปิดเงื่อนไขติดกำไล EM "ทักษิณ" หลังพักโทษ 11 พ.ค. 2569

เปิดเงื่อนไขติดกำไล EM "ทักษิณ" หลังพักโทษ 11 พ.ค. 2569

กำไล EM หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว กลับมาเป็นประเด็นร้อนอีกครั้ง หลังจากกรมคุมประพฤติได้ดำเนินการติดตั้งให้กับนายทักษิณ ชินวัตร ภายหลังได้รับการพักการลงโทษเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 มาตรการนี้เป็นหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญสำหรับผู้ได้รับการปล่อยตัวพักโทษ เพื่อใช้ติดตามความเคลื่อนไหวและควบคุมให้ปฏิบัติตามข้อกำหนดของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด

เช้าวันปล่อยตัวเริ่มต้นตั้งแต่เวลา 07.00 น. ด้วยขั้นตอนด้านเอกสาร ก่อนที่นายทักษิณจะออกจากแดนพยาบาลมายังบริเวณประตูหน้าเรือนจำในเวลา 07.41 น. และร่วมเคารพธงชาติในเวลา 08.00 น. ท่ามกลางครอบครัวชินวัตรและกลุ่มผู้สนับสนุนที่เดินทางมารอต้อนรับ จากนั้นเดินทางออกจากเรือนจำไปยังบ้านจันทร์ส่องหล้า ภายใต้เงื่อนไขคุมประพฤติที่เริ่มมีผลทันที

กำไล EM คืออะไร?

กำไล EM หรือ Electronic Monitoring เป็นอุปกรณ์รับส่งสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ติดตามตำแหน่งและความเคลื่อนไหวของผู้ถูกคุมประพฤติ หรือผู้ที่อยู่ภายใต้เงื่อนไขของศาลและเจ้าพนักงาน เพื่อควบคุมไม่ให้ฝ่าฝืนข้อกำหนด เช่น ห้ามออกนอกพื้นที่ ห้ามเข้าใกล้สถานที่ที่กำหนด หรือกำหนดช่วงเวลาเข้า-ออกเคหสถาน โดยมาตรการดังกล่าวจะดำเนินควบคู่กับการแก้ไขฟื้นฟูพฤติกรรม อุปกรณ์ที่ทำงานร่วมกับกำไล EM ได้แก่ สายรัดข้อเท้า แบตเตอรี่สำรอง และสายชาร์จอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ทำไมต้องใช้กำไล EM?

การใช้กำไล EM มีเป้าหมายเพื่อควบคุมพฤติกรรมผู้กระทำผิดโดยไม่จำเป็นต้องควบคุมตัวในเรือนจำทั้งหมด ช่วยลดความแออัดในเรือนจำ เปิดโอกาสให้ผู้ถูกคุมประพฤติยังสามารถใช้ชีวิต ทำงาน หรือดูแลครอบครัวได้ ภายใต้การติดตามของเจ้าหน้าที่ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความมั่นใจด้านความปลอดภัยแก่สังคม

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

กำไล EM ใช้กับใครบ้าง?

กำไล EM มักใช้กับผู้ที่ศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว ผู้ถูกคุมประพฤติ ผู้ต้องขังที่ได้รับการพักโทษ หรือผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ออกนอกเรือนจำในบางกรณี โดยศาลจะพิจารณาตามความเหมาะสมของคดีและพฤติการณ์ของบุคคลนั้น

กำไล EM ใช้กับคดีประเภทใด?

เงื่อนไขการติดกำไล EM สามารถใช้ได้กับหลายฐานความผิด เช่น คดียาเสพติด คดีทำร้ายร่างกาย คดีความรุนแรงในครอบครัว คดีเมาแล้วขับ หรือคดีที่ศาลเห็นว่าสามารถควบคุมพฤติกรรมผ่านระบบติดตามได้ แทนการคุมขังเต็มรูปแบบ

ประโยชน์ของกำไล EM

นอกจากช่วยลดจำนวนผู้ต้องขังในเรือนจำแล้ว กำไล EM ยังช่วยให้เจ้าหน้าที่ติดตามตัวผู้ถูกคุมประพฤติได้แบบเรียลไทม์ หากมีการออกนอกพื้นที่หรือฝ่าฝืนเงื่อนไข ระบบจะส่งสัญญาณแจ้งเตือนทันที อีกทั้งยังช่วยลดโอกาสกระทำผิดซ้ำ และส่งเสริมการกลับคืนสู่สังคมของผู้กระทำผิด

หากแหกกฎ ทำกำไลเสียหาย หรือขาดการติดต่อ จะเกิดอะไรขึ้น?

หากผู้สวมกำไล EM พยายามถอด ทำลายอุปกรณ์ ตัดสัญญาณ หรือขาดการติดต่อโดยไม่มีเหตุอันสมควร ระบบจะแจ้งเตือนไปยังเจ้าหน้าที่ทันที ซึ่งอาจถูกพิจารณาว่าละเมิดเงื่อนไขของศาล ส่งผลให้ถูกเพิกถอนสิทธิปล่อยชั่วคราว ถูกนำตัวกลับเข้าควบคุม หรืออาจมีความผิดเพิ่มเติม รวมถึงต้องชดใช้ค่าเสียหายของอุปกรณ์

ใครทำอะไรกับกำไล EM ได้บ้าง?

ประชาชนทั่วไปไม่มีสิทธิถอด แก้ไข หรือยุ่งเกี่ยวกับอุปกรณ์ EM แต่สามารถแจ้งเบาะแสหากพบพฤติกรรมผิดปกติของผู้สวมกำไลได้ ส่วนอาสาสมัครคุมประพฤติจะมีบทบาทช่วยสอดส่อง ดูแล และประสานงานกับเจ้าหน้าที่ เพื่อให้ผู้ถูกคุมประพฤติปฏิบัติตามเงื่อนไขอย่างเคร่งครัด

เงื่อนไขการถอดกำไล EM

การถอดกำไล EM จะทำได้ต่อเมื่อครบกำหนดตามคำสั่งศาล หรือเจ้าหน้าที่พิจารณาแล้วว่าผู้ถูกคุมประพฤติปฏิบัติตามเงื่อนไขครบถ้วน ไม่มีพฤติกรรมเสี่ยง และไม่จำเป็นต้องติดตามต่อ โดยการถอดต้องดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่เท่านั้น

เปิดเงื่อนไขพักโทษ "ทักษิณ" ติดกำไล EM

สำหรับเงื่อนไขสำคัญระหว่างการพักการลงโทษของนายทักษิณ ชินวัตร มีทั้งการกำหนดสถานที่พักอาศัย ห้ามย้ายที่อยู่โดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องประกอบอาชีพสุจริต รายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติเดือนละ 1 ครั้ง รวมถึงห้ามออกนอกจังหวัด เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นกรณีพิเศษ นอกจากนี้ ยังมีข้อห้ามเกี่ยวกับการประพฤติเสื่อมเสีย การเกี่ยวข้องกับยาเสพติด อาวุธ หรือวัตถุระเบิด ตลอดจนห้ามคบหาสมาคมกับบุคคลที่อาจนำไปสู่การกระทำผิดซ้ำ

อีกหนึ่งเงื่อนไขสำคัญ คือ ผู้ได้รับการพักการลงโทษต้องแสดงหนังสือสำคัญพักการลงโทษต่อเจ้าหน้าที่รัฐเมื่อถูกเรียกตรวจสอบ หากไม่สามารถแสดงได้ เจ้าหน้าที่มีอำนาจควบคุมตัวส่งเรือนจำได้ หากมีการฝ่าฝืนเงื่อนไข พนักงานคุมประพฤติจะรายงานต่อคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ เพื่อพิจารณาเพิกถอนสิทธิการพักโทษ และอาจถูกส่งกลับเข้าสู่กระบวนการคุมขังตามเดิม

กรมคุมประพฤติระบุว่า การติดกำไล EM เป็นไปตามมติคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ ครั้งที่ 4 เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 ที่เห็นชอบให้ปล่อยตัวพักการลงโทษนายทักษิณ โดยกำหนดวันพ้นโทษในวันที่ 9 กันยายน 2569 หลังได้รับการปล่อยตัว พนักงานคุมประพฤติจากสำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 7 ได้ดำเนินการติดตั้งอุปกรณ์ติดตามตัวทันที พร้อมกำหนดให้ไปรายงานตัวต่อสำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 1 ภายในระยะเวลา 3 วัน คือช่วงวันที่ 11-13 พฤษภาคม

กรณีของนายทักษิณ กรมคุมประพฤติระบุว่าหากผู้ได้รับการพักการลงโทษฝ่าฝืนเงื่อนไข หรือไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด พนักงานคุมประพฤติจะรายงานต่อคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ เพื่อพิจารณาเพิกถอนสิทธิการพักโทษต่อไป โดยผู้ได้รับการพักการลงโทษได้รับทราบเงื่อนไขทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว