นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. 69 กรมพร้อมทีมปราบนอมินีได้ลงพื้นที่ย่านห้วยขวาง กรุงเทพฯ ร่วมกับคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา และคณะกรรมาธิการความมั่นคงของรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร สำนักงานเขตห้วยขวาง และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ติดตามปัญหาธุรกิจนอมินีและการใช้แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายในพื้นที่ ซึ่งมีชาวต่างชาติอาศัยอยู่มาก
เปิดพฤติการณ์สวมสิทธิ์ นิติกรรมอำพรางทุนต่างชาติ
จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ พบรูปแบบการหลีกเลี่ยงกฎหมายของผู้ประกอบการที่อาจเข้าข่ายฝ่าฝืน พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 อย่างชัดเจน โดยมักใช้บุคคลสัญชาติไทยถือหุ้นแทน เพื่ออำพรางความเป็นเจ้าของที่แท้จริง ประเภทธุรกิจที่พบการกระทำความผิดสูงสุด ได้แก่
- ธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่ม
- ธุรกิจการค้าปลีก / ค้าส่ง
- ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
นอกจากนี้ ยังตรวจพบปัญหาการใช้แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย การทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต และการปล่อยให้บุคคลต่างด้าวเข้ามาดำเนินกิจการแทนคนไทย ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อโครงสร้างเศรษฐกิจ การแข่งขันทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม และความมั่นคงของประเทศ
ร้านต้องสงสัย 112 ราย เตรียมปูพรม 49 เขต
นายพูนพงษ์กล่าวว่า “การลงพื้นที่ครั้งนี้ สำนักงานเขตห้วยขวางได้สนับสนุนข้อมูลร้านอาหารที่มีชาวต่างชาติให้กรม 112 ราย ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึก สำหรับพื้นที่อื่นในกรุงเทพฯอีก 49 เขต กรมได้ขอข้อมูลไปที่สำนักงานเขตทุกเขตแล้ว ขณะนี้กำลังรอข้อมูลจากแต่ละเขต เพื่อนำมาตรวจสอบต่อไป”
ส่ง ปปง. เช็กบิลเส้นทางเงินกลุ่มเสี่ยง 53 ราย
นายพูนพงษ์กล่าวอีกว่า ก่อนหน้าการลงพื้นที่ตรวจสอบครั้งนี้ กรมได้ตรวจสอบพบนิติบุคคลในพื้นที่ห้วยขวางแล้ว พบเป็นกลุ่มเสี่ยงนอมินี 53 ราย และได้ส่งข้อมูลให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตรวจสอบเส้นทางการเงินและธุรกรรมทางการเงิน และนำส่งข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเชิงลึกในทุกมิติ เพื่อนำผู้ฝ่าฝืนกฎหมายมาลงโทษให้ถึงที่สุด พร้อมทั้งนำส่งข้อมูลให้ชุดปฏิบัติการปราบปรามคนต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสรรพากร และกองบัญชาการตำรวจนครบาลตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่แล้ว
ทุกภาคส่วนร่วมแก้ปัญหานอมินี
สำหรับการแก้ไขปัญหาธุรกิจนอมินีจำเป็นต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ดังนั้น ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อขจัดความเดือดร้อนของผู้ประกอบการทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่ดำเนินธุรกิจด้วยความสุจริต เพื่อให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรม คุ้มครองผู้ประกอบการไทย และสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ เพราะนอมินีถือเป็นการทำลายเศรษฐกิจและประเทศไทย ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นพฤติกรรมนอมินี แจ้งได้ที่เว็บไซต์กรม www.dbd.go.th หัวข้อ รับเรื่องร้องเรียนปัญหานอมินี เพื่อร่วมกันสร้างระบบการค้าที่โปร่งใสและเป็นธรรม



