9 กรกฎาคม 2569 – ภายใต้นโยบายเร่งด่วนของนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เจ้าหน้าที่ตำรวจและกรมการปกครองได้เปิดปฏิบัติการ 'ถอดเกล็ดมังกร' ทลายเครือข่ายพ่อทิพย์ที่จ้างวานชายไทยเพื่อให้บุตรชาวจีนได้สัญชาติไทยโดยมิชอบ โดยมีการออกหมายจับ 40 ราย และหมายค้น 53 หมายในกรุงเทพมหานคร
ปฏิบัติการ 'ถอดเกล็ดมังกร' ทลายเครือข่ายพ่อทิพย์
พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย (ศปชก.ตร.) พร้อมด้วยพล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. นำกำลังตำรวจนครบาลร่วมกับนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายวิฑูรย์ สิรินุกุล รองอธิบดีกรมการปกครอง นำทีมคณะทำงานเฉพาะกิจ DOPA N.I.C.E. พร้อมด้วย ปปท. ปปง. และ DSI ร่วมกันปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่ทุจริตระบบทะเบียนราษฎรเพื่อแจ้งเกิดบุตรให้ได้สัญชาติไทยอันเป็นเท็จ
ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการกวาดล้างระบบทะเบียนราษฎรอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2569 ได้ปฏิบัติการ 'กวาดล้างทะเบียน G เทา' จับกุมปลัดอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงราย และวันที่ 4 กรกฎาคม 2569 ปฏิบัติการ 'ปิดฉากแรงเงา' จับกุมปลัดอำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งนำมาสู่การขอหมายจับในวันนี้
จุดเริ่มต้นจากสแกมเมอร์หมื่นล้านสู่ขบวนการปั้นสัญชาติ
คดีนี้สืบเนื่องมาจากเดือนเมษายน 2569 เมื่อตำรวจ บก.ปอท. จับกุมนายเฉิน ยินไล ชาวจีน ซึ่งเป็นแก๊งสแกมเมอร์รายใหญ่ที่ใช้ประเทศไทยฟอกเงินมูลค่า 70,000 ล้านบาท จากการขยายผลเส้นทางการเงิน พบการโอนเงินผ่านบัญชีม้าไปยังนางสาวเป้าเจียว เฉิน ภรรยาชาวจีน ซึ่งมีบุตร 3 คน และทั้งหมดได้รับสัญชาติไทย การสืบสวนเชิงลึกพบว่ามีการจ้างวานชายไทยมาจดทะเบียนสมรสเพื่อแสดงตัวเป็นบิดา โดยใช้แพ็กเกจโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งใน กทม. และเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตอำนวยความสะดวกในการรับแจ้งเกิด
เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 ปฏิบัติการ 'ย้อนเกล็ดมังกร' จับกุมผู้ต้องหา 6 คน (ชาวจีน 2 คน ชายไทยรับจ้าง 3 คน เจ้าหน้าที่เขต 1 คน) และเพิกถอนสัญชาติเด็ก 5 คน แต่เจ้าหน้าที่พบว่าเป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็ง
บุคลากร รพ. จับมือเจ้าหน้าที่เขต เปิดดีลพ่อทิพย์ 70,000 บาท
การสืบสวนขยายผลพบตัวละครสำคัญคือนางสาวสุนีย์ (สงวนนามสกุล) เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเอกชนย่านธนบุรี ทำหน้าที่นายหน้าติดต่อกลุ่มคนจีน โดยเสนอแพ็กเกจคลอดราคา 70,000 บาท และมีค่าดำเนินการ 20,000 บาทในการจัดเตรียมเอกสารและจัดหาชายไทยรับจ้าง โดยให้ค่าจ้าง 2,000-15,000 บาท ส่วนนางสาวศิริพร (สงวนนามสกุล) เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตธนบุรี เป็นนายทะเบียนที่อำนวยความสะดวกในการรับแจ้งเกิดโดยมิชอบ
การตรวจสอบฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรพบรายการแจ้งเกิดระหว่างมารดาชาวจีนกับบิดาไทยที่โรงพยาบาลแห่งนี้สูงถึง 164 คน โดยนางสาวสุนีย์เป็นผู้แจ้งเกิดและนางสาวศิริพรเป็นผู้รับแจ้งมากถึง 62 คู่ เจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบละเอียด รวมถึงการตรวจดีเอ็นเอ (DNA) ซึ่งยืนยันว่าบิดาคนไทยไม่ใช่พ่อแท้ๆ อย่างน้อย 20 คน
ศาลอนุมัติหมายจับ 40 ราย กระทบความมั่นคงชาติ
วันที่ 7 กรกฎาคม 2569 DOPA N.I.C.E. ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.บางยี่เรือ นำไปสู่การออกหมายจับ 40 คน ในข้อหาร่วมกันแจ้งความเท็จ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 157 ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และมาตรา 162 เจ้าพนักงานทำเอกสารเท็จ โดยแบ่งเป็นเจ้าหน้าที่รพ. 1 ราย เจ้าหน้าที่เขต 1 ราย ชายไทย (พ่อทิพย์) 17 ราย มารดาชาวจีน 16 ราย และบิดาชาวจีน 5 ราย ผลปฏิบัติการล่าสุดจับกุมได้ 16 คน (เจ้าหน้าที่รพ. เจ้าหน้าที่เขต พ่อทิพย์ 7 คน แม่จีน 5 คน พ่อจีน 2 คน) ส่วนที่เหลือ 26 คนอยู่ระหว่างติดตามจับกุม
พบคดีพีก: เด็กถือสองสัญชาติ-พ่อทิพย์ระดับบิ๊กรับเหมา
เจ้าหน้าที่พบเคสผิดปกติ 2 กรณี ได้แก่ ด.ช.ค. ซึ่งแจ้งเกิดซ้ำซ้อนที่เทศบาลนครราชสีมาเพื่อได้สัญชาติจีน และแจ้งเกิดอีกครั้งที่โรงพยาบาลย่านธนบุรีเพื่อได้สัญชาติไทย ทำให้เด็กคนนี้มีทั้งเลขประจำตัวไทยและพาสปอร์ตจีน ชื่อ ด.ช.ห. โดยพ่อแม่แท้เป็นชาวจีน ส่วนพ่อทิพย์คือนายว. ซึ่งรับสารภาพแล้ว
อีกกรณีคือ ด.ช.น. ซึ่งนายป. (พ่อทิพย์) อ้างว่าเป็นพ่อแท้ๆ แต่ผล DNA ยืนยันว่าไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือด นอกจากนี้ นายป. ยังเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทรับเหมาก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่เคยรับงานโครงการรถไฟความเร็วสูงและอาคารภาครัฐที่พังถล่มจากเหตุแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568
มาตรการเด็ดขาด: ถอนสัญชาติ เนรเทศพ้นแผ่นดิน
พล.ต.อ.สำราญย้ำว่าการปั้นพ่อทิพย์ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติอย่างรุนแรง กรมการปกครองสั่งเพิกถอนรายการทะเบียนที่ทุจริตและสัญชาติไทยของเด็ก 20 คนทันที พร้อมส่งต่อให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) พิจารณาเนรเทศ ส่วนเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องจะถูกตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยและดำเนินคดีอาญา ขณะที่ ปปง. จะตรวจสอบเส้นทางการเงินเพื่อยึดทรัพย์ในความผิดฐานฟอกเงิน
สำนักงานตำรวจแห่งชาติยืนยันว่าเป็นภารกิจด้านความมั่นคงที่ไม่ผ่อนปรน และขอให้ประชาชนแจ้งเบาะแสการจ้างแต่งงานหรือทุจริตทางทะเบียนราษฎรที่สถานีตำรวจหรือสายด่วน 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง



