รัฐบาลจับตาเข้ม! รมว.พลังงาน-ยุติธรรม ยันไม่ปล่อยให้กักตุนน้ำมันเก็งกำไร
ในวันนี้ (16 เมษายน 2569) คณะทำงานตรวจสอบปมกักตุนน้ำมันช่วงวิกฤตพลังงาน ซึ่งนำโดย พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้แถลงสรุปผลการดำเนินการที่ผ่านมาอย่างเป็นทางการ หลังการตรวจสอบอย่างละเอียดตั้งแต่ต้นทางคือคลังน้ำมัน การขนส่งทางเรือ รถบรรทุก และบริษัทท่อส่งน้ำมัน พบความผิดปกติหลายรูปแบบที่บ่งชี้ถึงพฤติกรรมการกักตุนน้ำมันเพื่อเก็งกำไร
มาตรการเข้มงวดและความคืบหน้าของคดี
นายเอกนัฎ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้ชี้แจงถึงการทำงานร่วมกับคณะทำงาน พร้อมกำหนดมาตรการที่ชัดเจน โดยระบุว่า "จะไม่ยอมให้มีพฤติการณ์การกักตุนน้ำมันโดยเด็ดขาด" โดยเฉพาะในกรณีที่รัฐบาลต้องนำเงินก้อนใหญ่ถึง 60,000 ล้านบาทมาอุดหนุนในกองทุนน้ำมัน เพื่อให้ราคาน้ำมันถูกลงสำหรับประชาชน แต่กลับพบว่าเงินส่วนนี้รั่วไหลไปอยู่ในมือของผู้ประกอบการบางรายที่ฉวยโอกาสกักตุนน้ำมัน
ด้าน พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ยืนยันอย่างหนักแน่นว่ารัฐบาลเอาจริงกับการดำเนินคดีผู้กระทำความผิดในเรื่องนี้ โดยในขณะนี้ได้ใช้ทั้งพระราชบัญญัติว่าด้วยสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 และพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2543 มาดำเนินการอย่างเคร่งครัด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมยังเน้นย้ำด้วยคำพูดที่ชัดเจนว่า "จะไม่ยอมให้มี 'ไอ้โม่ง' ในกรณีนี้อย่างแน่นอน" เพื่อแสดงถึงความตั้งใจในการปราบปรามการทุจริตอย่างจริงจัง
ความคืบหน้าในการสืบสวนและเรียกตัวบริษัท
สำหรับการดำเนินการของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หลังจากที่คณะกรรมการคดีพิเศษรับคดีกักตุนน้ำมันเป็นคดีพิเศษแล้วนั้น ขณะนี้พบแล้วกว่า 10 บริษัทที่เข้าข่ายกระทำความผิดในพฤติกรรมการกักตุนน้ำมัน พนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษอยู่ระหว่างการเรียกให้ทั้ง 10 บริษัทเหล่านี้มาชี้แจงข้อเท็จจริงและให้ข้อมูลเพิ่มเติมในสัปดาห์หน้า ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความรวดเร็วและความมุ่งมั่นของหน่วยงานในการแก้ไขปัญหาอย่างทันท่วงที
คณะทำงานยังได้เน้นย้ำถึงความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่างๆ เพื่อตรวจสอบห่วงโซ่อุปทานน้ำมันอย่างรอบด้าน ตั้งแต่การผลิต การขนส่ง ไปจนถึงการจำหน่าย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดช่องโหว่ที่อาจถูกนำไปใช้ในการกักตุนน้ำมันอีกในอนาคต การดำเนินการครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการรับมือวิกฤตพลังงานที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นลำดับต้นๆ



