นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา กล่าวถึงการยื่นญัตติขอให้รัฐบาลทบทวนโครงการแลนด์บริดจ์ต่อที่ประชุมวุฒิสภาในวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 ว่า เป็นเรื่องที่สมาชิกวุฒิสภาหลายคนให้ความสนใจ และเตรียมไปหาข้อมูลมาอภิปราย โดยชี้ให้เห็นว่าสิ่งที่รัฐบาลให้เหตุผลเรื่องความเสี่ยงจากภาวะสงครามที่อาจทำให้ช่องแคบการเดินเรือต่างๆ ถูกปิด หรือจำนวนเรือในช่องแคบมะละกาที่เพิ่มขึ้นจนจำเป็นต้องมีเส้นทางสำรองนั้น เป็นเหตุผลที่อ่อนเกินไปและไม่หนักแน่น
เหตุผลรัฐบาลไม่หนักแน่น
นายนรเศรษฐ์กล่าวว่า ในภาวะสงครามทุกช่องแคบการเดินเรือและเส้นทางที่มีความเชื่อมโยงมีโอกาสถูกปิดทั้งสิ้น โครงการแลนด์บริดจ์หากไม่มีการวางสมดุลระหว่างประเทศมหาอำนาจให้ดี ประเทศไทยจะไปอยู่บนยุทธศาสตร์ความขัดแย้งและมีโอกาสถูกปิดเส้นทางได้หากเกิดสงคราม พร้อมตั้งคำถามว่าเหตุผลที่รัฐบาลเร่งผลักดันโครงการคืออะไร ทำไมต้องเร่งรีบ เพราะในตอนแรกรัฐบาลบอกว่าเพื่อขยายตัวเลขการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ แต่ล่าสุดกลับบอกว่าเป็นความเสี่ยงเรื่องช่องแคบทางทะเล
ข้อมูลไม่สมบูรณ์
นายนรเศรษฐ์กล่าวต่อว่า ข้อมูลจากรายงานของสำนักนโยบายและแผนการขนส่งจราจร หรือ สนข. ในโครงการแลนด์บริดจ์มีความไม่สมบูรณ์ ไม่มีข้อมูลการคำนวณความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจที่ชัดเจน และการอ้างว่าจะมีเรือมาใช้เส้นทางแลนด์บริดจ์จำนวนมากนั้นไม่สามารถยืนยันได้ว่าจริงหรือไม่ ซึ่งขัดแย้งกับรายงานของมหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ที่ระบุว่า โมเดลแลนด์บริดจ์มีรายละเอียดที่เป็นความเสี่ยง ต้องขนของขึ้นลงในการขนส่งหลายครั้ง ทำให้ต้นทุนขนส่งเพิ่มขึ้นและเรืออาจไม่มาใช้บริการ ช่องโหว่ที่มากมายอาจไม่ใช่แค่จุดเสี่ยง แต่เป็นจุดสลบของโครงการ
เร่งผลักดันโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบ
นายนรเศรษฐ์ตั้งข้อสังเกตว่า รัฐบาลกำลังเร่งผลักดันร่างพระราชบัญญัติระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ หรือ SEC ให้เสร็จในปีนี้ เพื่อเร่งรัดโครงการแลนด์บริดจ์ เพราะหากตั้งคณะกรรมการชุดต่างๆ ขึ้นมาได้ จะช่วยยกเลิกกระบวนการกฎหมายต่างๆ ทำให้การตรวจสอบอ่อนแอลง ทั้งที่ยังมีปัญหาเรื่องความคุ้มค่าการลงทุนและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในพื้นที่
จองกฐิน 'พิพัฒน์' แจงกระทู้
นายนรเศรษฐ์กล่าวว่า ในวันที่ 11 พฤษภาคมนี้ ได้ยื่นกระทู้ถามนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้มาตอบคำถามต่อที่ประชุมวุฒิสภาถึงการเร่งรีบผลักดันโครงการ หากนายพิพัฒน์มั่นใจว่าเป็นโครงการที่ดีและคุ้มค่าการลงทุน ก็ขอให้กล้ามาตอบต่อที่ประชุมวุฒิสภา เพราะสิ่งที่ได้มากับสิ่งที่เสียไปเทียบกันไม่ได้ และหากโครงการไม่ประสบความสำเร็จ คนที่รับภาระคือประชาชนและชาวบ้านในพื้นที่ที่ต้องได้รับผลกระทบ



