นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี ออกมาชำแหละร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยระบุว่า การกู้เงินเพื่อช่วยเหลือประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการ วงเงิน 2 แสนล้านบาท อาจพอเข้าใจได้ถึงความจำเป็นเร่งด่วน แต่ยังขาดความชัดเจนในรายละเอียดการช่วยเหลือแต่ละกลุ่ม
ประเด็นข้อกังวลเกี่ยวกับการกู้เงิน
นพ.วรงค์ กล่าวว่า เงินกู้ส่วนที่เหลืออีก 2 แสนล้านบาท เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดนั้น ยังไม่สมเหตุผลที่จะต้องเร่งกู้มาใช้ เพราะเรื่องนี้มีมานานแล้วและต้องใช้เวลาเปลี่ยนผ่านพอสมควร ไม่ใช่เหตุฉุกเฉินที่ต้องกู้โดยไม่ผ่านสภาผู้แทนราษฎร
พลังงานสะอาดต้องเปิดกว้าง
หัวหน้าพรรคไทยภักดี เน้นย้ำว่า พลังงานสะอาดไม่ได้มีเพียงแค่โซลาร์เซลล์ รัฐบาลควรเปิดกว้างให้กับเทคโนโลยีพลังงานสะอาดทุกกลุ่ม เพื่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน และที่สำคัญต้องให้สภาผู้แทนราษฎรมีส่วนร่วมตรวจสอบการใช้เงินกู้ก้อนนี้
นพ.วรงค์ ยังตั้งข้อสังเกตว่า ร่าง พ.ร.ก.กู้เงินฉบับนี้ อ้างว่าเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นเร่งด่วนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ แต่การเปลี่ยนผ่านพลังงานเป็นเรื่องที่ต้องวางแผนระยะยาว การกู้เงินมาโดยไม่มีการตรวจสอบจากสภาอาจนำไปสู่ความไม่โปร่งใส



