ไทยร่วงอันดับ 116 ดัชนีคอร์รัปชันโลก ACT ชี้เลวร้ายสุดในรอบ 19 ปี
ไทยร่วงอันดับ 116 ดัชนีคอร์รัปชันโลก น่าอายสุดรอบ 19 ปี

ไทยร่วงอันดับ 116 ดัชนีคอร์รัปชันโลก ACT ชี้เลวร้ายสุดในรอบ 19 ปี

รายงานดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชันประจำปี 2568 จากองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International) เปิดเผยว่า ประเทศไทยได้คะแนนเพียง 33 คะแนนจากเต็ม 100 ตกอยู่ในอันดับที่ 116 จาก 182 ประเทศทั่วโลก ซึ่งถือเป็นคะแนนต่ำสุดในรอบ 19 ปี โดยลดลงจากปี 2567 ที่ได้ 34 คะแนน สถานการณ์นี้สะท้อนภาพลักษณ์ที่เลวร้ายและน่าอายสำหรับประเทศ

จากคนป่วยสู่คนโกงแห่งเอเชีย

นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงคนป่วยแห่งเอเชีย แต่ยังกลายเป็นคนโกงแห่งเอเชียด้วย เนื่องจากมีเพียง 3 ประเทศในอาเซียนที่ได้คะแนนต่ำกว่าไทย ได้แก่ ฟิลิปปินส์ 32 คะแนน กัมพูชา 20 คะแนน และเมียนมา 16 คะแนน ขณะที่เวียดนามซึ่งเคยต่ำกว่าไทยกลับได้ 41 คะแนน มาเลเซียได้ 52 คะแนน อินโดนีเซียและลาวได้ 34 คะแนน ส่วนสิงคโปร์สูงสุดในอาเซียนอยู่ที่ 84 คะแนน

นายธนวรรธน์เรียกร้องให้รัฐบาลใหม่เร่งแก้ปัญหาคอร์รัปชันโดยเร็ว โดยชี้ว่านายอนุทิน ชาญวีระกูล นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศชัดเจนว่าจะฟังประชาชนและทำเพื่อประเทศ ซึ่งบุคลิกของนายอนุทินเป็นคนพูดแล้วทำ เชื่อว่าจะเห็นด้วยกับประชาชนในการเร่งปราบคอร์รัปชัน แก๊งสแกมเมอร์ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ และทุนเทาต่างๆ

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ผลกระทบรุนแรงต่อเศรษฐกิจและสังคม

นายมานะ นิมิตมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT กล่าวว่า การจัดอันดับในปีนี้เป็นเรื่องเลวร้ายมากสำหรับไทย และน่าละอายที่นานาชาติมองไทยเต็มไปด้วยการคอร์รัปชันและคนขี้โกง โดยคอร์รัปชันได้ฝังรากลึกอยู่ในระบบและกลไกทางการเมือง โดยเฉพาะในช่วง 3 ปีหลังที่รัฐบาลไม่ทำอะไรเลยเกี่ยวกับการต่อต้านคอร์รัปชัน ทำให้สถานการณ์เลวร้ายมากขึ้น

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ผลกระทบจากคอร์รัปชันลุกลามไปไกลกว่าที่คิด ระบบเส้นสายและเงินสินบนทำให้โอกาสในสังคมบิดเบี้ยว คนที่มีเงินจ่ายสินบนจะมีโอกาสได้มากกว่าหรือได้เร็วกว่า ขณะที่คนดีและคนเก่งจำนวนมากกลับเสียโอกาสเพียงเพราะไม่มีพวกพ้อง นอกจากนี้ยังทำให้ความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมลดลง องค์กรตรวจสอบอ่อนแอ และหลักนิติธรรมอ่อนแอ ส่งผลกระทบต่อความเชื่อถือในระบบรัฐและเศรษฐกิจประเทศ หากไทยหยุดคอร์รัปชันและฟื้นฟูหลักนิติธรรมได้ เศรษฐกิจไทยอาจเติบโตเพิ่มขึ้นอีก 3% และความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติจะกลับมา

ข้อเสนอเร่งแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง

มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยอยู่ระหว่างจัดทำดัชนีคอร์รัปชันไทย แต่ผลเบื้องต้นพบว่าคนไทยมีความทนทานต่อการทุจริตลดลงมาอยู่ที่ 1.1 คะแนนจากเต็ม 10 ลดจากการสำรวจครั้งก่อนที่อยู่ที่ 2 ซึ่งสะท้อนว่าประชาชนเริ่มไม่ทนต่อการทุจริตมากขึ้น เห็นได้จากที่คนไทยออกมาประท้วงผลการเลือกตั้งที่ไม่โปร่งใส

สำหรับสิ่งที่รัฐบาลใหม่ต้องเร่งทำเพื่อแก้ปัญหาคอร์รัปชัน ได้แก่ การบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเข้มงวดและจริงจัง ศึกษาแนวทางการป้องกันและปราบปรามการทุจริตจากต่างประเทศและนำมาใช้ ปลุกจิตสำนึกและรณรงค์การต่อต้านคอร์รัปชัน รวมถึงสร้างระบบการลงโทษทางสังคมเพื่อกดดันให้ผู้กระทำผิดลาออกหรือเลิกกระทำ

นายมานะเสนอว่า การปราบคอร์รัปชันต้องเริ่มจากผู้นำประเทศ ควรแสดงตนเป็นผู้นำต่อต้านคอร์รัปชันและตั้ง ‘วอร์รูมต้านโกง’ ที่เปิดให้ภาคประชาชน ภาคเอกชน นักวิชาการ และสื่อมวลชนเข้ามาทำงานร่วมกัน เพราะระบบที่มีอยู่เอาชนะคอร์รัปชันไม่ได้แล้ว หากรัฐบาลใหม่ต้องการฟื้นความเชื่อมั่นของประเทศ ต้องเดินหน้าแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง

กก. ห่วงกระทบความเชื่อมั่นนักลงทุนต่างชาติ

ด้านนายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กก.) และเครือข่าย “กก. และเพื่อนไม่ทน” ห่วงว่าผลการจัดอันดับดังกล่าวจะกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างประเทศ การจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และเป้าหมายระยะยาวของประเทศไทยในการเข้าสู่การเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD)

คะแนนที่ลดลงเกี่ยวข้องกับมุมมองของภาคธุรกิจและนักลงทุน สะท้อนว่าความเชื่อมั่นต่อระบบการแข่งขัน ความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจ และกระบวนการยุติธรรมยังต้องเร่งแก้ไขอย่างจริงจัง แม้ขณะนี้อยู่ในช่วงรัฐบาลรักษาการ แต่ยังสามารถเร่งมาตรการต่อต้านคอร์รัปชันให้สอดคล้องมาตรฐานสากล และเสริมความเป็นอิสระ โปร่งใส และประสิทธิภาพของกระบวนการยุติธรรม รวมถึงลดอิทธิพลที่ไม่เหมาะสมต่อกระบวนการตัดสินใจเชิงนโยบาย

ที่สำคัญคือ ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนและการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส รวมทั้งเร่งเชื่อมโยงข้อมูลข้ามหน่วยงานรัฐ เพื่อให้เกิดการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานกำกับดูแล หน่วยงานบังคับใช้ และภาคเอกชน ปัญหาคอร์รัปชันไม่ใช่เพียงประเด็นทางศีลธรรม แต่เป็นปัจจัยเชิงโครงสร้างที่กระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศ หากไม่เร่งดำเนินการอย่างจริงจัง ไทยอาจสูญเสียโอกาสด้านการลงทุน ไม่สามารถยกระดับมาตรฐานสากล และการก้าวเข้าสู่ OECD ในอนาคต