หลิน มาลิน ชระอนันต์ Miss Grand Thailand 2024 เปิดใจผ่านรายการ Woody Talk ถึงปมศัลยกรรมตาที่ฝังใจนานกว่า 2 ปี จนไม่กล้าส่องกระจกและสูญเสียความมั่นใจ ก่อนตัดสินใจเข้ารับการแก้ไขจนกลับมายิ้มได้อย่างเต็มที่
ความมั่นใจพังทลายจากตาที่ไม่เท่ากัน
หลิน มาลิน เล่าว่า ความมั่นใจพังทลายมาก หลังจากที่เคยเป็นสาวหมวยปกติ อยากทำตาเพื่อการประกวด คิดว่าสวยแน่ๆ แต่ตาสองข้างกลับไม่เท่ากัน ทำให้ต้องแต่งหน้าหนักขึ้นเรื่อยๆ จนไม่ชอบหน้าตัวเอง ไม่ว่าจะตอนแต่งหรือไม่แต่ง รู้สึกว่านี่ไม่ใช่หน้าเราอีกต่อไป การแสดงสีหน้าแบบที่เคยทำแล้วรู้สึกสวย มั่นใจ ทำไม่ได้อีกแล้ว เพราะหน้าเปลี่ยนไปเยอะมาก จนไม่กล้าส่องกระจก พอส่องก็ไม่สามารถมองว่าตัวเองคือคนสวยคนเก่งได้เลย
อยู่กับปมในใจนาน 2 ปี
หลิน มาลิน กล่าวว่า อยู่กับปมนี้มานาน 2 ปีกว่า คำพูดที่บอกตัวเองคือ นี่ไม่ใช่ฉัน ไม่ใช่หน้าตัวเอง หลายคนอาจคิดว่าเวอร์แต่มันคือเรื่องจริง หลินรู้สึกอยากข้ามไปตอนแต่งหน้าเสร็จแล้ว เพราะช่างแต่งหน้าสามารถแก้ด้วยอายไลเนอร์ได้ แต่ทุกคนรู้ปัญหาของตัวเอง ตื่นมาเห็นตัวเองทุกวัน เหมือนมีแผลใหญ่บนใบหน้า แต่นี่เป็นตรงกลางหน้า เป็นสายตาที่ต้องใช้ทุกวัน
เจอเสียงวิพากษ์วิจารณ์และบูลลี่
แฟนนางงามทั่วโลกจ้องจับทุกจุด แรกๆ ที่เจอคำบูลลี่ร้องไห้เลย เพราะอยู่กับตานี้ประมาณ 1-2 ปี ไม่เคยเจอโลกภายนอกแบบนี้มาก่อน ไม่เคยรู้ว่าหน้าเราไม่สวยหรือน่าเกลียดขนาดนั้น แล้วหลายคนบอกว่าถ้าทำตาพังแล้วคือพังเลย หนูก็เลยไม่กล้าไปแก้
หลินทำเอนโดไทน์และตา 2 ชั้น แต่ตอนแรกคิดว่าอยากทำให้ชั้นตาหนาขึ้นเพื่อให้เหมาะกับการแต่งหน้ามากขึ้น แต่มันกลับกลายเป็นว่าสองข้างไม่เท่ากัน
การแก้ไขและการพักฟื้น
หลิน มาลิน เล่าว่า ตอนปรึกษาหมอครั้งแรกคิดว่าคุณหมอทำไม่ได้ด้วยซ้ำ พอคุณหมอตอบว่าทำได้ และเขาดูเด็กมาก ตอนแรกไม่กล้าทำและไม่เชื่อใจคุณหมอเลย แต่พอทำจริงใช้เวลาผ่าตัดทั้งหมด 1 ชั่วโมงครึ่ง พักฟื้นและตัดไหมใน 7 วัน โดยไม่มีปัญหาเรื่องแผลตาเลย หลังตัดไหมก็แต่งหน้าทำงานได้เลย มีแค่รอยช้ำและไม่บวมด้วยซ้ำ พอตื่นลืมตาขึ้นมา สวยเลย รู้สึกดีใจมากๆ
ความรู้สึกหลังทำตาเสร็จ
ความรู้สึกคือ ชั้นตาเล็กลงตามที่อยากได้ แผลสวยมากๆ 7 วันสามารถแต่งหน้าและโพสต์รูปได้เลย คนแรกที่ดีใจคือหมอ เพราะบอกหมอว่าห้ามบวม ห้ามช้ำเพราะต้องทำงาน แต่เคสนี้ช้ำก็สามารถแต่งหน้าทับได้ หนูชอบมากที่ตัวเองหน้าเด็กลง อย่างจมูกเรายังสามารถเอาซิลิโคนออกได้ แต่ตาคือเนื้อหนังของเรา ถ้าถูกตัดหรือดัดแปลงไปแล้วแก้ไขยากมาก แต่ถ้าได้คุณหมอที่เก่งก็รอด
ตาส่งผลให้ใบหน้าดูเด็ก
หลิน มาลิน กล่าวว่า อย่างแรกเลยกล้ามเนื้อตาค่ะ มันช่วยทำให้ใช้ตาได้ดีขึ้น ใช้สายตาได้ดีขึ้น พอกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงจะไม่สู้แสง เวลาเจอแสงเยอะๆ ตามันก็จะหรี่ เวลาถ่ายรูปนานๆ ไม่ได้เลย มันก็เลยเป็นสาเหตุทำให้ตาทำงานไม่ดีพอ แล้วก็ยิ่งไม่ชอบเวลาที่มืด ทำงานแทบไม่ได้เลย ปกติคนเราสามารถปรับตัวกับที่มืดได้ประมาณ 7 วินาที แต่หนูทำไม่ได้เลย มันมืดแบบมืดสนิท คนรอบข้างชมว่าสวยขึ้น ช่างแต่งหน้าบอกแต่งหน้าง่ายขึ้น และปกติจะไม่แต่งหน้าอ่อนๆ แบบนี้เลย
ข้อคิดถึงคนที่มีปัญหาแบบเดียวกัน
หลิน มาลิน ฝากถึงคนที่มีปัญหาแบบเดียวกันว่า อย่างที่พี่วู้ดดี้บอก มันคือเปลือกนอกทั้งหมด แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่มีหนทางแก้ไข อยู่ให้ได้แล้วก็ผ่านมันไปให้ได้ ไม่สามารถเปลี่ยนใครได้อยู่ดี ความคิดของเขาไปแล้ว วิธีก็คือก้าวผ่านไป ไม่สนใจแค่นั้น กลับมาทำตัวเองให้ดี ใช้เวลาปรับปรุงตัวเองดีกว่า อะไรที่มันแก้ไขได้ก็แก้ไขไป



