เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ ได้เข้าตรวจค้นบ้านพักหลังหนึ่งในพื้นที่ตำบลบางเมือง อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นเป้าหมายตามหมายค้นของศาลจังหวัดสมุทรปราการ โดยมีผู้ต้องหาคดียาเสพติดเป็นเจ้าของบ้าน
การตรวจค้นและยึดทรัพย์
ในการตรวจค้นครั้งนี้ เจ้าหน้าที่พบเงินสดจำนวน 5,200,000 บาท ซุกซ่อนอยู่ในตู้เสื้อผ้าภายในห้องนอนชั้นสองของบ้าน นอกจากนี้ยังพบอาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนปืน จำนวน 50 นัด และสมุดบัญชีธนาคารอีก 3 เล่ม ซึ่งมีเงินฝากรวมกันกว่า 3 ล้านบาท
พ.ต.อ.สมชาย ใจดี รองผู้บังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เปิดเผยว่า “ผู้ต้องหารายนี้เป็นเครือข่ายค้ายาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่ภาคกลาง เจ้าหน้าที่สืบทราบว่ามีการนำเงินที่ได้จากการค้ายาเสพติดมาซุกซ่อนไว้ในบ้านพัก จึงได้ขอหมายค้นและเข้าตรวจค้นในวันนี้”
มูลค่าทรัพย์สินที่ยึดได้
นอกจากเงินสดและอาวุธปืนแล้ว เจ้าหน้าที่ยังยึดรถยนต์หรู 2 คัน ได้แก่ รถยนต์ยี่ห้อเบนซ์ รุ่น S-Class มูลค่าประมาณ 4 ล้านบาท และรถยนต์ยี่ห้อบีเอ็มดับเบิลยู รุ่น X5 มูลค่าประมาณ 2.5 ล้านบาท รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ยึดได้ในครั้งนี้ทั้งสิ้นประมาณ 14.7 ล้านบาท
พ.ต.อ.สมชาย กล่าวเพิ่มเติมว่า “การยึดทรัพย์ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการตัดวงจรทางการเงินของเครือข่ายยาเสพติด ซึ่งจะทำให้ผู้ต้องหาไม่สามารถนำเงินไปใช้ในการดำเนินคดีหรือขยายเครือข่ายต่อไปได้”
การดำเนินคดี
ผู้ต้องหาซึ่งเป็นชายอายุ 45 ปี ถูกจับกุมตัวไปสอบสวนที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด โดยถูกแจ้งข้อหาค้ายาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) และฟอกเงิน ตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534
เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ โดยอ้างว่าเงินสดและทรัพย์สินดังกล่าวเป็นของภรรยาซึ่งประกอบอาชีพค้าขาย แต่เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากมีพยานหลักฐานที่เชื่อมโยงกับการค้ายาเสพติด
ผลกระทบต่อชุมชน
การบุกค้นครั้งนี้สร้างความตื่นตะหนกให้กับชาวบ้านในพื้นที่ เนื่องจากบ้านหลังดังกล่าวตั้งอยู่ในชุมชนที่อยู่อาศัยหนาแน่น นางสมศรี อายุ 62 ปี เพื่อนบ้านกล่าวว่า “ไม่คิดว่าบ้านนี้จะเกี่ยวข้องกับยาเสพติด เพราะเขาเป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร แต่ก็โล่งใจที่ตำรวจจับได้”
เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่าจะมีการขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงินและเครือข่ายที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เพื่อปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง



