ป.ป.ส. ร่วมทหาร-ตำรวจ จับเครือข่ายไอซ์ข้ามชาติ 1.65 ตัน ซุกม้วนฝ้าย มูลค่า 31 ล้านบาท
จับเครือข่ายไอซ์ข้ามชาติ 1.65 ตัน ซุกม้วนฝ้าย มูลค่า 31 ล้านบาท

ป.ป.ส. ร่วมทหาร-ตำรวจ จับเครือข่ายไอซ์ข้ามชาติ 1.65 ตัน ซุกม้วนฝ้าย มูลค่า 31 ล้านบาท

สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ได้บูรณาการความร่วมมือกับทหารและตำรวจ ในการปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติดอย่างเร่งด่วน ตามนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งตัดวงจรการค้ายาเสพติดรายสำคัญ โดยสามารถจับกุมเครือข่ายไอซ์ข้ามชาติได้สำเร็จ พร้อมตรวจยึดยาเสพติดไอซ์ที่ซุกซ่อนในม้วนฝ้าย น้ำหนักรวมสูงถึง 1.65 ตัน ซึ่งมีมูลค่ารวมกว่า 31 ล้านบาท

ปฏิบัติการจับกุมในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2569

ในช่วงวันที่ 15 ถึง 27 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงาน ป.ป.ส. ได้ร่วมกับทหารและตำรวจ ดำเนินการสืบสวนและจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับเครือข่ายไอซ์ข้ามชาติ จำนวน 3 คน ดังนี้

  • บุคคลที่ 1: นายธัญพิสิษฐ์ (สงวนนามสกุล) ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 ตามหมายจับศาลอาญาที่ 73/2569 มีบทบาทเป็นผู้ประสานงานระหว่างเจ้าของยาเสพติดกับเครือข่ายนักค้ายาในประเทศ รวมถึงจัดหาบริษัทและสถานที่สำหรับอำพรางและเก็บพักยาเสพติด โดยจับกุมได้ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
  • บุคคลที่ 2: นายภานุพงศ์ (สงวนนามสกุล) ถูกจับกุมในวันเดียวกัน ตามหมายจับศาลอาญาที่ 74/2569 มีบทบาทเกี่ยวข้องกับการดำเนินพิธีนำเข้าทางศุลกากรสำหรับม้วนฝ้ายที่ซุกซ่อนยาเสพติดไอซ์ โดยจับกุมได้ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
  • บุคคลที่ 3: นายจิณณวัตร (สงวนนามสกุล) ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ตามหมายจับศาลอาญาที่ 72/2569 มีบทบาทเป็นผู้ประสานงานและจัดหาสถานที่เก็บพักยาเสพติด โดยจับกุมได้ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย พร้อมตรวจยึดทรัพย์สินมูลค่าประมาณ 8 ล้านบาท

ที่มาของการสืบสวนและขยายผล

การจับกุมในครั้งนี้สืบเนื่องมาจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2568 ซึ่งสำนักปราบปรามยาเสพติดของ ป.ป.ส. ได้ร่วมมือกับทหาร ตำรวจ และศุลกากร จับกุมผู้ต้องหา 5 คน พร้อมยาเสพติดไอซ์น้ำหนักประมาณ 1.65 ตัน ที่ซุกซ่อนในม้วนฝ้าย 33 ม้วน ภายในโกดังในพื้นที่แขวงบางประกอก เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพมหานคร

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

จากการสืบสวนพบว่า เครือข่ายดังกล่าวลักลอบนำเข้าสินค้าม้วนใยฝ้ายจากอินเดีย จำนวน 144 ม้วน โดยมี 33 ม้วนที่ปะปนด้วยยาเสพติดไอซ์ ซึ่งมีต้นทางมาจากทวีปแอฟริกา เครือข่ายนี้ใช้ประเทศไทยเป็นประเทศทางผ่าน เพื่อเตรียมลำเลียงยาเสพติดต่อไปยังประเทศที่สาม

ชุดปฏิบัติการได้สืบสวนจนพบโกดังต้องสงสัยในพื้นที่เดียวกัน และเข้าจับกุมกลุ่มบุคคลที่เฝ้าโกดัง 4 คน รวมถึงขยายผลจับกุมผู้สั่งการอีก 1 คน ซึ่งเป็นหญิงชาวไทยที่มีบทบาทเป็นผู้เช่าโกดังและประสานงานกับเครือข่าย

การออกหมายจับและยึดทรัพย์สินเพิ่มเติม

เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐานและขอศาลอนุมัติหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม ดังนี้

  1. ในเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ศาลอนุมัติหมายจับผู้เกี่ยวข้อง 2 คน ได้แก่ น.ส.ปัณรา (สงวนนามสกุล) ในฐานะผู้สั่งการและเจ้าของยาเสพติด ซึ่งอยู่ระหว่างหลบหนี และนายปัญจกิตต์ (สงวนนามสกุล) ในฐานะผู้ร่วมขบวนการและจัดส่งยาเสพติด ซึ่งถูกจับกุมพร้อมตรวจยึดทรัพย์สินมูลค่ากว่า 23 ล้านบาท
  2. ในเดือนมกราคม 2569 ศาลอนุมัติหมายจับผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม 4 คน ซึ่งสามารถจับกุมได้ 3 คนในเดือนกุมภาพันธ์ (ได้แก่ นายธัญพิสิษฐ์ฯ นายภานุพงศ์ฯ และนายจิณณวัตรฯ) พร้อมตรวจยึดทรัพย์สินมูลค่ากว่า 8 ล้านบาท ส่วนบุคคลที่เหลืออีก 1 คน ซึ่งเป็นผู้สั่งการ ยังอยู่ระหว่างหลบหนี

โดยรวมแล้ว เจ้าหน้าที่ใช้เวลากว่า 1 ปี ในการสืบสวนและขยายผลเครือข่ายนี้ สามารถรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอนุมัติหมายจับบุคคลรวม 6 คน ปัจจุบันจับกุมได้แล้ว 4 คน ยังหลบหนี 2 คน และยึดอายัดทรัพย์สินรวมมูลค่ากว่า 31 ล้านบาท

ความคืบหน้าและคำเตือนจาก ป.ป.ส.

พ.ต.ต. สุริยา สิงหกมล เลขาธิการสำนักงาน ป.ป.ส. เปิดเผยว่า ยังมีบุคคลในเครือข่ายอีก 2 คน ที่ถูกออกหมายจับและอยู่ระหว่างหลบหนี ซึ่งสำนักงาน ป.ป.ส. จะร่วมมือกับหน่วยงานภาคีต่างๆ ในการสืบสวนติดตามจับกุมมาดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมตรวจยึดทรัพย์สินเพื่อตัดวงจรการค้ายาเสพติดอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือหน่วยงานของรัฐ โดยร่วมเป็นหูเป็นตาให้กับเจ้าหน้าที่ หากมีเบาะแสเกี่ยวกับยาเสพติด สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 1386 ตลอด 24 ชั่วโมง โดยยืนยันว่าข้อมูลของผู้แจ้งจะถูกเก็บเป็นความลับสูงสุด