เกิดเหตุเรือนำเที่ยวล่มบริเวณเกาะห้อง จังหวัดกระบี่ เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 15 กรกฎาคม 2568 โดยมีนักท่องเที่ยวอยู่บนเรือจำนวน 20 คน ซึ่งทั้งหมดได้รับการช่วยเหลืออย่างปลอดภัย ไม่มีผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บสาหัส
รายละเอียดเหตุการณ์
เรือลำดังกล่าวเป็นเรือสปีดโบ๊ตนำเที่ยวแบบสแตนเลย์ ขนาด 40 ที่นั่ง ออกจากท่าเรืออ่าวนางเมื่อเวลา 13.00 น. มุ่งหน้าไปยังเกาะห้อง ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม ระหว่างทางเรือประสบคลื่นลมแรงและมีน้ำทะเลเข้าทางท้ายเรือ ทำให้เรือเสียการทรงตัวและล่มในที่สุด
นายสมชาย ใจดี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะห้อง เปิดเผยว่า หลังจากได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่อุทยานฯ พร้อมด้วยอาสาสมัครกู้ชีพ และเรือประมงใกล้เคียงได้เข้าช่วยเหลือทันที นักท่องเที่ยวทุกคนสวมเสื้อชูชีพ และสามารถอพยพขึ้นเรือกู้ภัยได้ภายใน 20 นาที
การช่วยเหลือนักท่องเที่ยว
นักท่องเที่ยว 20 คน ประกอบด้วย ชาวไทย 12 คน และชาวต่างชาติ 8 คน (สัญชาติจีน 4 คน สวีเดน 2 คน เยอรมัน 2 คน) ทุกคนไม่มีอาการบาดเจ็บรุนแรง มีเพียงอาการช็อกจากเหตุการณ์เท่านั้น เจ้าหน้าที่ได้นำตัวไปยังโรงพยาบาลกระบี่เพื่อตรวจร่างกายและให้คำปรึกษาทางจิตใจ
นางสาวมาริสา (สงวนนามสกุล) นักท่องเที่ยวชาวไทยเล่าว่า “ตอนแรกทุกคนยังสนุกสนานกันอยู่ แต่จู่ๆ เรือก็เอียงและมีน้ำเข้า ฉันกลัวมาก แต่ลูกเรือบอกให้ทุกคนสวมเสื้อชูชีพและอยู่กับที่ โชคดีที่ความช่วยเหลือมาเร็ว”
สาเหตุและการสอบสวน
เบื้องต้นสันนิษฐานว่าสาเหตุเกิดจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าทางท้ายเรือ ประกอบกับเรืออาจมีน้ำหนักเกินหรือจุดศูนย์ถ่วงไม่สมดุล เจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำกระบี่ร่วมกับกรมเจ้าท่าอยู่ระหว่างสอบสวนหาข้อเท็จจริง โดยจะตรวจสอบสภาพเรือ ปริมาณน้ำหนักบรรทุก และใบอนุญาตของเรือ
นายประสิทธิ์ ทรัพย์มั่น นายอำเภอเมืองกระบี่ กล่าวว่า “เราจะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ประกอบการหากพบความผิด และจะเพิ่มมาตรการตรวจสอบความปลอดภัยของเรือนำเที่ยวทั้งหมดในพื้นที่”
บทเรียนและมาตรการความปลอดภัย
เหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการ ควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทาง และตรวจสอบให้แน่ใจว่าเรือมีอุปกรณ์ความปลอดภัยครบถ้วน เช่น เสื้อชูชีพ และเรือชูชีพ
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะห้องประกาศเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบเรือนำเที่ยวก่อนออกเดินทาง รวมถึงจำกัดการเดินเรือในช่วงที่สภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย เพื่อป้องกันเหตุซ้ำรอย



