ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาคดีฆาตกรรมสาวโรงงาน หลังก่อเหตุหนีไปทำงานต่างจังหวัด
จับผู้ต้องหาคดีฆาตกรรมสาวโรงงาน หลังก่อเหตุหนีไปทำงานต่างจังหวัด

เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2567 เวลา 14.00 น. พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พร้อมด้วย พ.ต.อ.หญิง ณัฏฐพร ศิริสัมพันธ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ได้ร่วมกันแถลงผลการจับกุมนายเกรียงไกร (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาคดีฆาตกรรมนางสาวเอ (นามสมมติ) อายุ 22 ปี พนักงานโรงงานแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี

รายละเอียดการจับกุม

เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมนายเกรียงไกรได้ที่บ้านพักแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง หลังจากผู้ต้องหาหลบหนีไปทำงานเป็นลูกจ้างก่อสร้างในพื้นที่ดังกล่าว โดยใช้เวลาตามล่าตัวนานกว่า 3 วัน ตั้งแต่เกิดเหตุเมื่อวันที่ 4 สิงหาคมที่ผ่านมา

พล.ต.ท.ธนายุตม์เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือฆ่านางสาวเอจริง โดยสาเหตุมาจากความโกรธแค้นที่ผู้ตายไม่ยอมคืนเงินจำนวน 5,000 บาท ที่ผู้ต้องหาให้ยืมไป ทำให้เกิดการทะเลาะวิวาทและนำไปสู่การลงมือก่อเหตุดังกล่าว

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

พฤติกรรมและหลักฐาน

จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า นายเกรียงไกรได้นัดพบกับผู้ตายที่บริเวณปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอคลองหลวง ก่อนที่จะเกิดการโต้เถียงและใช้กำลังทำร้ายร่างกายจนนางสาวเอเสียชีวิต จากนั้นผู้ต้องหาได้นำศพไปทิ้งในที่รกร้างและหลบหนีไปทำงานที่จังหวัดระยอง

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานสำคัญ ได้แก่ ภาพจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพผู้ต้องหาและผู้ตายก่อนเกิดเหตุ ข้อมูลการโทรศัพท์ และคำให้การของพยานบุคคล ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญที่นำไปสู่การออกหมายจับและการจับกุมในที่สุด

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

คดีนี้เป็นอุทาหรณ์

พ.ต.อ.หญิง ณัฏฐพรกล่าวว่า คดีนี้เป็นอุทาหรณ์เตือนใจให้ประชาชนระมัดระวังในการใช้เงินและการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น โดยเฉพาะกรณีที่มีการให้ยืมเงินหรือมีหนี้สิน ควรมีการทำสัญญาหรือหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจบานปลาย

ทั้งนี้ ผู้ต้องหาถูกดำเนินคดีในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และพรากศพเพื่ออำพรางการตาย โดยถูกควบคุมตัวเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป