เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 10 กรกฎาคม 2567 เกิดเหตุปืนระเบิดระหว่างการฝึกซ้อมยิงปืนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองจันทบุรี ภายในสนามยิงปืนของสถานีตำรวจ ส่งผลให้ตำรวจได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 นาย โดยผู้บาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี อย่างเร่งด่วน
รายละเอียดเหตุการณ์
จากข้อมูลเบื้องต้นพบว่า ในระหว่างการฝึกซ้อมยิงปืนของตำรวจชุดปฏิบัติการประจำวัน ได้มีการใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. ยี่ห้อซิกซาวเออร์ รุ่น P226 ซึ่งเป็นอาวุธปืนประจำกายของตำรวจ ขณะที่กำลังทำการยิงเป้าตามปกติ เกิดเสียงดังคล้ายระเบิดขึ้นที่บริเวณปากกระบอกปืน ทำให้ชิ้นส่วนของปืนกระเด็นเข้าถูกตัวตำรวจที่กำลังฝึกซ้อมอยู่
ผู้บาดเจ็บ
ผู้บาดเจ็บทั้ง 2 นาย คือ ด.ต.สมชาย ใจดี และ ส.ต.ท.อนุชา กล้าหาญ ซึ่งเป็นตำรวจสังกัด สภ.เมืองจันทบุรี โดยทั้งคู่ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณมือและใบหน้า เนื่องจากเศษชิ้นส่วนของปืนกระเด็นใส่ เบื้องต้นแพทย์ต้องทำการผ่าตัดเพื่อนำเศษโลหะออกจากบาดแผล และยังคงต้องเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีอาการสาหัส
สาเหตุเบื้องต้น
พ.ต.อ.สมศักดิ์ รักไทย ผู้กำกับการ สภ.เมืองจันทบุรี เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นสันนิษฐานว่าสาเหตุอาจมาจากกระสุนตกค้างภายในลำกล้องปืน หรืออาจเกิดจากความผิดปกติของตัวกระสุนเอง ซึ่งต้องรอผลการตรวจสอบจากกองพิสูจน์หลักฐานอย่างละเอียดอีกครั้ง
“เบื้องต้นเรายังไม่สามารถสรุปสาเหตุที่แน่ชัดได้ ต้องรอผลการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งอาจใช้เวลาหลายวัน” พ.ต.อ.สมศักดิ์กล่าว
การสอบสวนและมาตรการป้องกัน
ทางด้าน พล.ต.ต.สุรศักดิ์ บุญเรือง รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ได้สั่งการให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงโดยด่วน พร้อมทั้งสั่งให้ทุกสถานีตำรวจในสังกัดตรวจสอบสภาพอาวุธปืนและกระสุนที่ใช้ในการฝึกซ้อมอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย
นอกจากนี้ ยังได้สั่งระงับการฝึกซ้อมยิงปืนของทุกหน่วยในสังกัดเป็นการชั่วคราว จนกว่าจะทราบสาเหตุที่แน่ชัดและมีการปรับปรุงมาตรฐานความปลอดภัยให้รัดกุมยิ่งขึ้น
ปฏิกิริยาจากสาธารณชน
เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตกใจให้กับญาติและเพื่อนร่วมงานของผู้บาดเจ็บ รวมถึงประชาชนในพื้นที่ที่ทราบข่าว หลายคนแสดงความเป็นห่วงผ่านโซเชียลมีเดีย พร้อมตั้งคำถามถึงมาตรฐานความปลอดภัยในการฝึกซ้อมของตำรวจ
ทั้งนี้ เหตุปืนระเบิดขณะฝึกซ้อมเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก แต่ก็มีรายงานเป็นครั้งคราว โดยสาเหตุมักมาจากการอุดตันของลำกล้อง หรือการใช้กระสุนที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องให้ความสำคัญกับการตรวจสอบสภาพอาวุธและกระสุนก่อนการฝึกทุกครั้ง



