เกิดเหตุสลดเมื่อรถบัสทัศนาจรเสียหลักตกข้างทางบริเวณถนนทางหลวงหมายเลข 323 ตำบลช่องสะเดา อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และผู้บาดเจ็บอีก 14 ราย เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. ของวันที่ 28 ธันวาคม 2567
คนขับเกิดอาการชักกระตุกก่อนเสียชีวิต
จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า นายสมชาย (สงวนนามสกุล) อายุ 45 ปี คนขับรถบัสคันดังกล่าว ได้เกิดอาการชักกระตุกอย่างรุนแรงขณะขับรถ ทำให้หมดสติและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่งผลให้รถบัสที่บรรทุกผู้โดยสารจำนวน 30 คน เสียการควบคุม ไถลลงข้างทางและชนกับต้นไม้ใหญ่ก่อนหยุดนิ่ง
เจ้าหน้าที่กู้ภัยและตำรวจ สภ.เมืองกาญจนบุรี ระบุว่า ผู้เสียชีวิตคือคนขับรถบัส ส่วนผู้บาดเจ็บ 14 รายถูกนำส่งโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา และโรงพยาบาลใกล้เคียง โดยอาการส่วนใหญ่เป็นแผลถลอกและกระดูกหักเล็กน้อย ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บสาหัส
ผู้โดยสารเล่าเหตุการณ์สุดสยอง
นางสาวอารีย์ (สงวนนามสกุล) อายุ 34 ปี ผู้โดยสารที่อยู่บนรถ เล่าว่า "ตอนเกิดเหตุรถกำลังวิ่งด้วยความเร็วปกติ ทันใดนั้นคนขับเริ่มมีอาการกระตุกและตัวเกร็ง ก่อนจะเสียหลัก รถไถลลงข้างทาง ทุกคนกรีดร้องด้วยความตกใจ โชคดีที่รถไม่พลิกคว่ำ"
ด้านแพทย์นิติเวชโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา เปิดเผยว่า สาเหตุการเสียชีวิตของคนขับน่าจะมาจากโรคประจำตัวที่ทำให้เกิดอาการชักกระตุก ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลชันสูตรอย่างละเอียด
ตรวจสอบประวัติคนขับและสภาพรถ
นายธนากร (สงวนนามสกุล) หัวหน้าสถานีขนส่งจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า "เบื้องต้นพบว่าคนขับมีใบอนุญาตขับขี่ถูกต้อง และรถบัสผ่านการตรวจสภาพตามกำหนด แต่จะมีการตรวจสอบประวัติสุขภาพของคนขับเพิ่มเติมว่ามีโรคประจำตัวหรือไม่"
ทางด้านนายชัยวัฒน์ (สงวนนามสกุล) ผู้จัดการบริษัททัวร์เจ้าของรถ เปิดเผยว่า "บริษัทฯ จะรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลผู้บาดเจ็บทั้งหมด พร้อมทั้งให้การช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตตามระเบียบ"
แนวทางป้องกันเหตุการณ์ซ้ำรอย
จากเหตุการณ์นี้ สมาคมขนส่งทางบกแห่งประเทศไทยเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสุขภาพประจำปีของพนักงานขับรถโดยสารสาธารณะ โดยเฉพาะโรคที่อาจทำให้เกิดอาการชักกระตุกหรือหมดสติกะทันหัน เช่น โรคลมชัก โรคหัวใจ และโรคเบาหวานที่ควบคุมไม่ได้
ทั้งนี้ ทางการจังหวัดกาญจนบุรีได้สั่งการให้โรงพยาบาลทุกแห่งเตรียมพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉิน พร้อมทั้งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้อีกในอนาคต



