เหตุรถไฟชนรถเมล์กลางกรุงเทพฯ ไร้ใบอนุญาตขับขี่ สะเทือนวงการขนส่งทางราง
เหตุรถไฟชนรถเมล์ไร้ใบอนุญาตขับขี่ สะเทือนวงการขนส่งทางราง

เหตุการณ์รถไฟพุ่งชนรถโดยสารประจำทางกลางกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2569 ณ บริเวณแยกอโศก-ดินแดง ใกล้กับรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ สถานีมักกะสัน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 8 ราย และบาดเจ็บ 32 ราย กลายเป็นประเด็นร้อนในสังคมไทย หลังผลการสืบสวนเบื้องต้นชี้ว่าเจ้าหน้าที่ขับรถไฟขบวนดังกล่าวไม่มีใบอนุญาตขับรถขนส่งทางราง ซึ่งถือเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายอย่างร้ายแรง แม้ว่าพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 จะกำหนดคุณสมบัติและมาตรฐานของผู้ปฏิบัติหน้าที่ไว้อย่างเข้มงวดก็ตาม

บทเฉพาะกาลและข้อกังขา

สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย (สร.รฟท.) ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 เพื่อชี้แจงว่าเหตุการณ์นี้เกิดจากช่วงเปลี่ยนผ่านทางกฎหมาย แม้ พ.ร.บ.การขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม 2569 แต่มาตรา 156 ในบทเฉพาะกาลได้บัญญัติคุ้มครองพนักงานขับรถไฟเดิมให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ระหว่างการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบใบอนุญาตใหม่ เพื่อป้องกันภาวะสุญญากาศและผลกระทบต่อการบริการเดินรถสาธารณะ ปัจจุบันมีผู้ยื่นขอรับใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่ต่ออธิบดีกรมการขนส่งทางรางแล้ว 951 คน แต่ได้รับใบอนุญาตเพียง 208 คนเท่านั้น

มาตรฐานและบทลงโทษตามกฎหมาย

พ.ร.บ.การขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกรมการขนส่งทางราง (ขร.) กระทรวงคมนาคม กำหนดคุณสมบัติผู้ประจำหน้าที่ไว้ 5 ประการ ได้แก่ มีสัญชาติไทย มีความรู้และทักษะตามประเภทหน้าที่ โดยได้รับใบรับรองจากหน่วยงานที่ ขร. รับรอง มีความประพฤติเรียบร้อย มีอายุและสุขภาพสมบูรณ์ มีความชำนาญตามกฎกระทรวง และมีคุณสมบัติอื่นตามสายงาน นอกจากนี้ ผู้ใดปฏิบัติหน้าที่ขับรถขนส่งทางรางโดยไม่มีใบอนุญาต หรือใบอนุญาตสิ้นอายุ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ สำหรับผู้ประกอบการเดินรถที่ปล่อยให้ผู้ไม่มีใบอนุญาตปฏิบัติหน้าที่ มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

เกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพจากสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ

สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) หรือ สคช. ร่วมกับสถาบันการศึกษากำหนดมาตรฐานผู้ขับรถจักรระดับ 4 ซึ่งเป็นระดับควบคุมขบวนรถอย่างปลอดภัย โดยผู้เข้ารับการประเมินต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ สำเร็จการศึกษาขั้นต่ำระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) หรือเทียบเท่าในสาขาช่างกล ช่างยนต์ ช่างไฟฟ้า ช่างอิเล็กทรอนิกส์ หรือสาขาช่างอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง และต้องผ่านเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่ง ดังนี้

  • ผ่านการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตรการปฏิบัติการรถจักรไม่น้อยกว่า 60 ชั่วโมง
  • มีประสบการณ์ทำงานตรงด้านการปฏิบัติการรถจักรไม่น้อยกว่า 2 ปี พร้อมหนังสือรับรองจากองค์กรระบบราง และผ่านการอบรมเสริมไม่น้อยกว่า 30 ชั่วโมง
  • ผู้จบ ปวส. สาขาช่างเทคนิคระบบขนส่งทางรางโดยตรง ต้องผ่านการฝึกงานในสถานประกอบการระบบรางจริงไม่น้อยกว่า 2 เดือน ร่วมกับการอบรมเชิงปฏิบัติการ 30 ชั่วโมง
  • ผู้ที่ไม่มีวุฒิตรง แต่มีประสบการณ์ภาคสนามไม่น้อยกว่า 4 ปี จึงสามารถยื่นขอรับการประเมินสมรรถนะ

องค์กรที่ได้รับการรับรองให้เป็นหน่วยจัดประเมินอย่างเป็นทางการ ได้แก่ การรถไฟแห่งประเทศไทย โดยโรงเรียนวิศวกรรมรถไฟ สถาบันฝึกอบรมการรถไฟ ซึ่งเป็นหลักสำคัญในการผลิตพนักงานขับรถไฟของไทย

ข้อกังขาจากสังคมและมาตรการเร่งด่วน

จากอุบัติเหตุครั้งนี้ สังคมตั้งคำถามว่าเหตุใดกฎหมายและเกณฑ์มาตรฐานที่รัดกุมจึงไม่สามารถป้องกันการปฏิบัติงานของผู้ไม่มีใบอนุญาตได้ ล่าสุดกระทรวงคมนาคมสั่งการด่วนให้กรมการขนส่งทางรางร่วมกับการรถไฟแห่งประเทศไทย ตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมตรวจใบอนุญาตขับขี่พนักงานขับรถไฟและรถไฟฟ้าทุกระบบทั่วประเทศ 100% เพื่อเรียกคืนความเชื่อมั่นของระบบขนส่งมวลชนทางราง และยืนยันจะลงโทษผู้กระทำผิดและผู้บังคับบัญชาที่ปล่อยปละละเลยอย่างสูงสุดโดยไม่มีข้อยกเว้น