พรรคประชาชนยื่นร่างกฎหมายคุ้มครองความรุนแรงในครอบครัว ยกระดับทุกมิติ
พรรคประชาชนยื่นร่างกฎหมายคุ้มครองความรุนแรงในครอบครัว

นางภัสริน รามวงศ์ สส.กรุงเทพฯ เขต 7 พรรคประชาชน นำทีม สส. ยื่นร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว ฉบับพรรคประชาชน เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2569 ที่ห้องแถลงข่าวรัฐสภา โดยระบุว่าร่างกฎหมายนี้เป็นหนึ่งใน 300 นโยบายหลักที่พรรคให้คำมั่นไว้กับประชาชน เพื่อยกระดับการคุ้มครองผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัวทุกมิติ

ช่องโหว่กฎหมายเดิมและสถิติสะท้อนปัญหา

นางภัสริน กล่าวว่า ปัจจุบันปัญหาความรุนแรงในครอบครัวเป็นวิกฤตระดับชาติที่ทวีความรุนแรงและซับซ้อนมากขึ้นทุกวัน จากสถิติพบว่ามีผู้ถูกทำร้ายในครอบครัวจนบาดเจ็บรุนแรงต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลสูงเฉลี่ยถึง 15,695 รายต่อปี แต่มีตัวเลขการแจ้งความร้องทุกข์ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550 เฉลี่ยเพียงปีละ 123 คดี และเป็นคดีที่ฟ้องตรงต่อศาลยุติธรรมเฉลี่ยเพียงปีละ 142 คดีเท่านั้น ตัวเลขที่สวนทางกันอย่างสุดขั้วสะท้อนถึงความล้มเหลวของกฎหมายเดิมที่มุ่งเน้นการไกล่เกลี่ยเพื่อรักษาสถาบันครอบครัวมากกว่าการปกป้องชีวิตผู้ถูกกระทำ ส่งผลให้ผู้เสียหายจำนวนมากต้องติดอยู่ในวงจรความรุนแรง

สาระสำคัญของร่างกฎหมายฉบับใหม่

ร่างกฎหมายฉบับนี้ออกแบบให้ครอบคลุมบริบทสังคมปัจจุบัน โดยปรับนิยามความรุนแรงให้ชัดเจน รวมถึงคำจำกัดความของบุคคลในครอบครัวและคู่รัก วางกลไกที่เน้นการป้องกันและการคุ้มครองความปลอดภัยเป็นหลัก โดยไม่มีการบังคับไกล่เกลี่ยหรือยอมความหากส่งผลกระทบต่อสวัสดิภาพของผู้ถูกกระทำ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

นอกจากนี้ ยังมีวาระก้าวหน้าในการพิจารณาลดหรือละเว้นโทษสำหรับกรณีผู้ถูกกระทำความรุนแรงสะสมจนเกิดภาวะจิตใจแหลกสลายหรือ Battered Person Syndrome (BPS) แล้วลุกขึ้นสู้เพื่อปกป้องตนเอง ซึ่งเป็นกลไกทางกฎหมายที่มองประโยชน์และเจตนารมณ์ของผู้ถูกกระทำเป็นสำคัญ

การดำเนินการต่อจากนี้

นางภัสริน ระบุว่า หลังจากเสร็จสิ้นการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ตนและเพื่อน สส. ได้ร่วมกันทำงานเพื่อเร่งรัดหยิบยกกฎหมายดังกล่าวที่ค้างมาจากสภาชุดที่แล้วมาสานต่อจนสำเร็จเป็นร่างฉบับนี้ เพื่อปักธงทำตามคำมั่นสัญญาที่มอบไว้กับประชาชน โดยกฎหมายนี้จะบังคับให้รัฐต้องสนับสนุนทั้งด้านบุคลากร งบประมาณ และการประสานงานระหว่างหน่วยงานอย่างเป็นระบบ ตนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสภาผู้แทนราษฎรจะบรรจุร่างกฎหมายดังกล่าวเข้าสู่วาระการพิจารณาโดยเร็วที่สุด