พนักงานสาวรายหนึ่งเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.เมืองชลบุรี เพื่อร้องทุกข์กล่าวหาว่าถูกเพื่อนร่วมงานชายซึ่งเคยบวชเป็นพระภิกษุมาก่อน ก่อเหตุข่มขืนภายในห้องพักของตนเอง โดยผู้เสียหายอ้างว่าถูกผู้ก่อเหตุใช้วิชาสะกดจิตทำให้ไม่สามารถขัดขืนได้ เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความหวาดกลัวและสะเทือนขวัญแก่ผู้เสียหายอย่างมาก
รายละเอียดเหตุการณ์
เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2567 ผู้เสียหายซึ่งขอสงวนชื่อและนามสกุล ได้เดินทางเข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ. สมชาย ใจดี พนักงานสอบสวน สภ.เมืองชลบุรี หลังจากเกิดเหตุเมื่อคืนวันที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยผู้เสียหายเล่าว่า ผู้ก่อเหตุเป็นเพื่อนร่วมงานที่ทำงานในบริษัทเดียวกัน และเคยบวชเป็นพระภิกษุมาก่อน ซึ่งเธอรู้จักกันมาประมาณ 2 เดือน
ในวันเกิดเหตุ ผู้ก่อเหตุได้ชวนผู้เสียหายไปส่งที่ห้องพักในซอยสุขุมวิท ต.บ้านบึง อ.เมือง จ.ชลบุรี เมื่อถึงที่พัก ผู้ก่อเหตุขอขึ้นไปส่งถึงหน้าห้องและขอเข้าห้องน้ำภายในห้องพัก หลังจากนั้นผู้ก่อเหตุได้พูดคุยและใช้วาจาหว่านล้อม ก่อนจะใช้อุบายอ้างว่าเป็นหมอสะกดจิตและมีพลังจิต สามารถรักษาโรคได้ จากนั้นได้ทำพิธีกรรมบางอย่างทำให้ผู้เสียหายรู้สึกมึนงงและไม่สามารถควบคุมร่างกายได้
การลงมือและผลกระทบ
เมื่อผู้เสียหายอยู่ในอาการมึนงง ผู้ก่อเหตุได้ลงมือข่มขืนภายในห้องพัก โดยผู้เสียหายไม่สามารถขัดขืนหรือร้องขอความช่วยเหลือได้ หลังจากเสร็จเหตุ ผู้ก่อเหตุได้รีบแต่งตัวและเดินออกจากห้องพักไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ผู้เสียหายอยู่ในสภาพช็อกและหวาดกลัว
ต่อมาผู้เสียหายได้เล่าเหตุการณ์ให้เพื่อนสนิทฟัง และได้รับการสนับสนุนให้เข้าแจ้งความกับตำรวจ โดยผู้เสียหายรู้สึกอับอายและเสียใจอย่างมากที่ถูกเพื่อนร่วมงานที่ไว้ใจกระทำเช่นนี้ นอกจากนี้ยังกังวลว่าผู้ก่อเหตุอาจใช้วิธีเดียวกันกับผู้อื่นอีก
“ดิฉันไม่คิดว่าเขาจะกล้าทำแบบนี้ เพราะเขาดูเป็นคนดีและเคยบวชมาก่อน แต่กลับใช้ความรู้ทางวิชาสะกดจิตมาละเมิดดิฉัน ดิฉันอยากให้ตำรวจจับเขามาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด” ผู้เสียหายกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
การดำเนินคดีของตำรวจ
ร.ต.อ. สมชาย เปิดเผยว่า หลังจากรับแจ้งความ ได้สอบปากคำผู้เสียหายอย่างละเอียด และบันทึกภาพรอยช้ำตามร่างกาย รวมถึงเก็บหลักฐานจากที่เกิดเหตุ เช่น ปลอกหมอน ผ้าปูที่นอน และชุดชั้นใน เพื่อส่งตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ นอกจากนี้ยังได้ออกหมายเรียกผู้ก่อเหตุมาสอบปากคำเพิ่มเติม
เบื้องต้นตำรวจตั้งข้อหาข่มขืนกระทำชำเรา โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือทำให้ผู้อื่นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 276 ซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่ 4 ปี ถึง 20 ปี และปรับตั้งแต่ 80,000 ถึง 400,000 บาท
พนักงานสอบสวนกล่าวว่า คดีนี้มีพยานหลักฐานสำคัญคือคำให้การของผู้เสียหาย และผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งคาดว่าจะสามารถสรุปสำนวนและส่งฟ้องอัยการได้ภายใน 30 วัน
ข้อควรระวังและคำแนะนำ
จากเหตุการณ์ดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจฝากเตือนประชาชน โดยเฉพาะผู้หญิง ให้ระมัดระวังตัวเมื่อต้องอยู่กับคนรู้จักหรือเพื่อนร่วมงานในที่ส่วนตัว ควรหลีกเลี่ยงการพาผู้อื่นเข้าห้องพักโดยไม่จำเป็น และหากรู้สึกไม่ปลอดภัยหรือถูกกดดัน ควรรีบออกจากสถานที่หรือขอความช่วยเหลือทันที
นอกจากนี้ หากตกเป็นเหยื่อของการล่วงละเมิดทางเพศ ควรรีบแจ้งความและเข้ารับการตรวจร่างกายทันที เพื่อเก็บหลักฐานและดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างเด็ดขาด



