วรศิษฎ์ ลั่นไม่ได้ทำกับลุงพ่อ หลัง ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดอาญา
วรศิษฎ์ ลั่นไม่ได้ทำกับลุงพ่อ หลัง ป.ป.ช.ชี้มูล

นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ออกมาแสดงความมั่นใจว่าการทำงานของตนจะไม่ได้รับผลกระทบ หลังจากที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดอาญาต่อนายสัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล ซึ่งเป็นลุง และนายสมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ นายกสมาคมประมงจังหวัดสตูล ซึ่งเป็นบิดา ในกรณีไม่บอกเลิกสัญญาจ้างโครงการก่อสร้างศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อำเภอควนโดน จังหวัดสตูล เมื่อปี 2559 ทั้งที่ผู้รับจ้างส่งมอบงานล่าช้า

วรศิษฎ์ชี้แจงคดีเป็นเรื่องเก่าจากช่วงโควิด-19

นายวรศิษฎ์กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 โดยทุกอย่างเป็นไปตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏ และทุกคนต้องเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายเพื่อพิสูจน์ตัวเอง "ไม่ใช่สิ่งที่ผมทำ" เขาย้ำ พร้อมยืนยันว่าคดีนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ของตน เนื่องจากทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน และต้องไปพิสูจน์ในกระบวนการ

คะแนนนิยมไม่เกี่ยวข้องกับคดี

เมื่อถามถึงผลกระทบต่อคะแนนนิยม นายวรศิษฎ์ตอบว่าเป็นคนละเรื่องกัน โดยคะแนนนิยมขึ้นอยู่กับผลงาน หากทำงานไม่ดี คะแนนนิยมก็ไม่ดีอยู่แล้ว จึงไม่ใช่ประเด็นที่ต้องกังวล นอกจากนี้ เขายังกล่าวถึงกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรีในช่วงที่คะแนนนิยมของรัฐบาลลดลง โดยระบุว่าทุกคนไม่ใช่แค่ "ลูกเทพ" แต่ต้องช่วยกันทำงาน และไม่ควรรอให้มีคำสั่ง เพราะรู้ตัวดีว่าทำงานเต็มที่หรือไม่ หากยังไม่เต็มที่ก็ต้องเร่งปรับปรุง

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

รายละเอียดคดีก่อสร้างศูนย์บริการนักท่องเที่ยวสตูล

คดีนี้เกี่ยวข้องกับโครงการก่อสร้างศูนย์บริการนักท่องเที่ยวในอำเภอควนโดน จังหวัดสตูล เมื่อปี 2559 โดยมีการจ้างบริษัทเอกชนดำเนินการ แต่ผู้รับจ้างส่งมอบงานล่าช้า อย่างไรก็ตาม นายสัมฤทธิ์และนายสมเกียรติซึ่งเป็นผู้บริหารท้องถิ่นในขณะนั้นไม่ได้บอกเลิกสัญญา ทำให้ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดอาญาในข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือทุจริต ซึ่งขณะนี้คดีอยู่ระหว่างการดำเนินการของกระบวนการยุติธรรม

ท่าทีของวรศิษฎ์ต่อกระบวนการยุติธรรม

นายวรศิษฎ์ย้ำว่าตนเคารพกระบวนการยุติธรรม และเชื่อว่าทุกฝ่ายจะได้รับการพิสูจน์อย่างถูกต้อง เขายังกล่าวอีกว่า การทำงานของตนในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยยังคงดำเนินต่อไปอย่างเต็มที่ โดยไม่ถูกกระทบจากคดีนี้ พร้อมยืนยันว่าตนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจดังกล่าว