รวบ 6 ผู้ต้องหาคดีฟอกเงิน โอนเงินผ่านบัญชีม้ากว่า 1,000 ล้านบาท
รวบ 6 ผู้ต้องหาคดีฟอกเงิน โอนเงินผ่านบัญชีม้ากว่า 1,000 ล้าน

เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2567 พล.ต.ต.สุวัฒน์ แก้วสกุล ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการฟอกเงิน ได้แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหา 6 ราย ในคดีฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับการโอนเงินผ่านบัญชีม้าจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยมีมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 1,000 ล้านบาท

การจับกุมและข้อกล่าวหา

ผู้ต้องหาทั้ง 6 ราย ประกอบด้วย นายเอ (นามสมมติ) อายุ 25 ปี, นางบี (นามสมมติ) อายุ 32 ปี, นายซี (นามสมมติ) อายุ 29 ปี, นางดี (นามสมมติ) อายุ 40 ปี, นายอี (นามสมมติ) อายุ 22 ปี และนายเอฟ (นามสมมติ) อายุ 35 ปี โดยทั้งหมดถูกดำเนินคดีในข้อหา “ร่วมกันฟอกเงิน” และ “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 และพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542

พฤติการณ์และพยานหลักฐาน

สืบเนื่องจากกองบังคับการปราบปรามการฟอกเงินได้รับรายงานจากผู้เสียหายหลายรายว่า ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงให้โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของบุคคลอื่น ซึ่งต่อมาพบว่าเป็นบัญชีม้าที่เปิดไว้เพื่อรับโอนเงินจากเหยื่อ โดยเงินดังกล่าวถูกถ่ายเทไปยังบัญชีอื่นอีกหลายทอดก่อนที่จะถูกถอนออกเป็นเงินสด เจ้าหน้าที่สืบสวนติดตามเส้นทางการเงินพบว่า เงินจำนวนมากกว่า 1,000 ล้านบาทถูกโอนผ่านบัญชีม้าที่เปิดโดยผู้ต้องหาทั้ง 6 ราย ซึ่งแต่ละรายได้รับค่าจ้างในการเปิดบัญชีและให้ใช้บัญชีในการโอนเงิน โดยได้ค่าตอบแทนตั้งแต่ 5,000 ถึง 20,000 บาทต่อบัญชี

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การสอบสวนและการรับสารภาพ

ในการสอบสวน ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพว่า ได้รับการติดต่อจากบุคคลที่ไม่รู้จักผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ ให้เปิดบัญชีธนาคารและมอบให้ผู้อื่นใช้ในการโอนเงิน โดยไม่ทราบว่าเงินดังกล่าวมาจากการกระทำผิด แต่เมื่อตรวจสอบพบว่าบัญชีของตนมีการเคลื่อนไหวผิดปกติ ก็ยังคงให้ใช้บัญชีต่อไปเพื่อรับค่าจ้าง โดยไม่ได้แจ้งความหรือปิดบัญชีแต่อย่างใด

พล.ต.ต.สุวัฒน์ กล่าวว่า “การกระทำของผู้ต้องหาเหล่านี้ถือเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์สามารถดำเนินการต่อไปได้ เพราะบัญชีม้าเป็นช่องทางสำคัญในการฟอกเงินและอำพรางเส้นทางการเงินของอาชญากร” พร้อมทั้งเตือนประชาชนว่าการเปิดบัญชีให้ผู้อื่นใช้โดยไม่รู้ที่มา หรือการรับจ้างเปิดบัญชีให้ผู้อื่น อาจมีความผิดฐานฟอกเงินและมีโทษจำคุกสูงถึง 10 ปี

ผลกระทบและแนวทางป้องกัน

คดีนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการใช้บัญชีม้าในอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับประชาชนเป็นจำนวนมาก โดยข้อมูลจากกองบังคับการปราบปรามการฟอกเงินระบุว่า ในปี 2566 มีคดีที่เกี่ยวข้องกับบัญชีม้ามากกว่า 5,000 คดี และมีมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 10,000 ล้านบาท

เจ้าหน้าที่แนะนำให้ประชาชนระมัดระวังการเปิดบัญชีธนาคารให้ผู้อื่นใช้ และหากพบว่าบัญชีของตนถูกใช้ในทางมิชอบ ควรรีบแจ้งความและปิดบัญชีทันที เพื่อป้องกันความผิดทางอาญา