นายกฯ แพทองธาร ชินวัตร สั่งการให้ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีพบการฮั้วประมูลในโครงการกีฬาของรัฐบาล วงเงินกว่า 200 ล้านบาท โดยมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องหลายราย พร้อมดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
พบหลักฐานฮั้วประมูลโครงการกีฬา
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า การตรวจสอบพบหลักฐานชัดเจนว่ามีการสมยอมกันในการประมูลโครงการก่อสร้างสนามกีฬาและจัดซื้ออุปกรณ์กีฬาหลายโครงการ รวมวงเงินกว่า 200 ล้านบาท โดยมีการกำหนดคุณสมบัติเฉพาะเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทที่เกี่ยวข้อง
เจ้าหน้าที่รัฐเอี่ยวทุจริต
รายงานระบุว่า มีเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงอย่างน้อย 3 คน ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตครั้งนี้ รวมถึงผู้อำนวยการสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย และหัวหน้าโครงการก่อสร้างสนามกีฬา ซึ่งถูกสั่งย้ายไปช่วยราชการที่สำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาแล้ว
นายกฯ แพทองธาร กล่าวว่า "รัฐบาลนี้จะไม่ทนต่อการทุจริตทุกรูปแบบ โดยเฉพาะโครงการที่เกี่ยวข้องกับเยาวชนและการกีฬา ได้สั่งการให้สอบสวนอย่างเร่งด่วน และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกคนโดยไม่ละเว้น"
ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง
ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ประกอบด้วยผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อสอบสวนหาข้อเท็จจริงภายใน 30 วัน
ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ จะตรวจสอบเอกสารการประมูลทั้งหมด สอบปากคำพยานบุคคล และตรวจสอบเส้นทางการเงิน เพื่อหาผู้รับผิดชอบ
ผลกระทบต่อโครงการกีฬา
การทุจริตครั้งนี้ส่งผลให้โครงการก่อสร้างสนามกีฬา 2 แห่ง และโครงการจัดซื้ออุปกรณ์กีฬา 5 โครงการ ต้องถูกระงับชั่วคราว ส่งผลกระทบต่อการเตรียมทีมกีฬาไทยในการแข่งขันซีเกมส์ 2025 ที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพ
นายกฯ ย้ำว่า "รัฐบาลจะเร่งรัดดำเนินการให้โครงการต่างๆ กลับมาดำเนินการได้โดยเร็วที่สุด เพื่อไม่ให้กระทบต่อการพัฒนากีฬาของชาติ"
ดำเนินคดีเอาผิดทุกคน
ด้าน พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า ดีเอสไอจะรับคดีนี้เป็นคดีพิเศษ เนื่องจากมีมูลค่าความเสียหายสูงและมีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้อง พร้อมเร่งรัดดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกคน
"เราจะดำเนินการอย่างรวดเร็วและโปร่งใส เพื่อให้สังคมมั่นใจว่ารัฐบาลจริงจังกับการปราบปรามทุจริต" พ.ต.อ. ทวี กล่าว



