คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลความผิดนายเกรียง กัลป์ตินันท์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย พร้อมเครือญาติ ได้แก่ นางรจนา กัลป์ตินันท์ ภรรยา ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีนครอุบลราชธานีในขณะนั้น นายกานต์ กัลป์ตินันท์ น้องชาย ซึ่งเป็นสมาชิกวุฒิสภา และนางสาวรัตติกา กัลป์ตินันท์ หลานสาว กรณีทุจริตการประมูลก่อสร้างปรับปรุงขยายผิวจราจรในเขตเทศบาลนครอุบลราชธานี จำนวน 26 โครงการ วงเงินรวม 43,221,000 บาท
พฤติกรรมการแบ่งจ้างหลีกเลี่ยงกฎหมาย
นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่า การกระทำผิดเกิดขึ้นในช่วงเดือนธันวาคม 2548 ถึงมกราคม 2549 โดยนายเกรียงซึ่งเป็นสามีนายกเทศมนตรี ได้สั่งการให้สำรวจออกแบบและประมาณราคาโครงการ โดยกำหนดให้แต่ละโครงการมีวงเงินไม่เกิน 2,000,000 บาท เพื่อให้สามารถใช้วิธีสอบราคาแทนการประกวดราคา ซึ่งเป็นการหลีกเลี่ยงการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม
นางรจนาได้ลงนามอนุมัติแบบก่อสร้างแบ่งเป็น 26 โครงการ รวมวงเงิน 43,221,000 บาท และแยกเสนอไปยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเป็น 2 ครั้ง โดยแยกโครงการถนนเส้นเดียวกันไม่ให้เสนอพร้อมกัน ครั้งแรกเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2549 เสนอ 11 โครงการ วงเงิน 18,711,000 บาท และครั้งที่สองเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2549 เสนอ 15 โครงการ วงเงิน 24,510,000 บาท
การแทรกแซงกระบวนการจัดจ้าง
นายเกรียงได้ติดต่อประสานงานการจัดสรรงบประมาณกับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และแทรกแซงสั่งการงานราชการของเทศบาลอย่างสม่ำเสมอ โดยสั่งการให้นายวีระ วสุธาดา ที่ปรึกษานายกเทศมนตรี ควบคุมกระบวนการจัดจ้าง และเตรียมเอกสารการสอบราคาไว้ล่วงหน้า เมื่อได้รับการจัดสรรงบประมาณแล้วก็ให้ดำเนินการอนุมัติจัดจ้างทันที
นายเกรียงและนายกานต์ต้องการให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดอุบลมนตรีก่อสร้าง ซึ่งมีนายกานต์และนางสาวรัตติกาเป็นเจ้าของ หรือห้างอื่นที่เกี่ยวข้อง เข้าเป็นคู่สัญญากับเทศบาล โดยร่วมกันแบ่งงานให้ห้างของตนเองและพวกพ้อง
การจัดสรรงบประมาณและการดำเนินการ
เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2549 เทศบาลได้รับการจัดสรรงบประมาณครั้งแรก 18 โครงการ วงเงิน 29,997,000 บาท ครอบคลุมถนนหลายสาย เช่น ถนนสรรพสิทธิ์ ถนนบูรพาใน ถนนพลแพน ถนนอุปลีสาน ถนนสุริยาตร์ ถนนเทพโยธี ถนนศรีณรงค์ ถนนนครบาล ถนนพิชิตรังสรรค์ ถนนเขื่อนธานี เป็นต้น
เจ้าหน้าที่สำนักการช่างเสนอให้จัดจ้างโดยวิธีสอบราคาตามที่นายเกรียงสั่งการ แต่ผู้อำนวยการสำนักการช่างเห็นว่าโครงการในถนนสายเดียวกันที่เชื่อมต่อกัน หากรวมงบประมาณแล้วเกิน 2 ล้านบาท ต้องใช้วิธีประกวดราคาด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ไม่สามารถแบ่งจ้างได้ ปลัดเทศบาลและผู้อำนวยการสำนักการคลังมีความเห็นเช่นเดียวกัน แต่เมื่อไปแจ้งนายเกรียงกลับไม่ยอมและสั่งให้ดำเนินการสอบราคาต่อไป
ในที่สุดนายเกรียงยอมให้ 11 โครงการในถนน 4 สายดำเนินการประกวดราคาด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนอีก 7 โครงการดำเนินการสอบราคา โดยนายพงษ์ศักดิ์ มูลสาร รองนายกเทศมนตรี อนุมัติให้สอบราคา 7 โครงการ และออกประกาศสอบราคาเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2549
การฮั้วประมูลและผลประโยชน์ทับซ้อน
นายวีระเป็นผู้คัดเลือกรายชื่อผู้มีอาชีพรับจ้าง โดยส่งประกาศให้เพียง 7 รายเท่านั้น ซึ่งล้วนมีความสัมพันธ์กับนายเกรียง นางรจนา และนายกานต์ ได้แก่ ห้างอุบลวรสิทธิ์ก่อสร้าง ห้างอุบลมนตรีก่อสร้าง ห้างกิจศิริวุฒิ ห้างรัตติกาก่อสร้าง ห้างสุภาภรณ์อุบลก่อสร้าง ห้างช่อโชคชัย และห้างพลสิทธิ์ก่อสร้าง
นางสาวรัตติกาทำหน้าที่ประสานงานกับเจ้าหน้าที่พัสดุ และแจ้งว่าห้างใดจะเข้าซื้อซอง โดยมีโพยกำหนดรายชื่อห้างที่จะชนะการประมูลและราคาที่จะเสนอไว้ล่วงหน้า บางโครงการให้เสนอราคาต่ำกว่าราคากลาง บางโครงการให้สูงกว่าแต่ยินดีปรับลดให้เท่ากับราคากลาง และมีห้างคู่เทียบเสนอราคาสูงกว่าเพื่อให้ดูสมจริง
ผลการสอบราคา 7 โครงการแรก ผู้ชนะได้แก่ ห้างอุบลประเสริฐ (2 โครงการ) ห้างช่อโชคชัย (2 โครงการ) ห้างสพลก่อสร้าง (1 โครงการ) ห้างอุบลมนตรีก่อสร้าง (1 โครงการ) และห้างสุภาภรณ์อุบลก่อสร้าง (1 โครงการ) ต่อมามีการจัดสรรงบประมาณครั้งที่สองอีก 6 โครงการ ซึ่งดำเนินการในลักษณะเดียวกัน ผู้ชนะได้แก่ ห้างช่อโชคชัย ห้างอุบลประเสริฐ ห้างอุบลมนตรีก่อสร้าง ห้างสุภาภรณ์อุบลก่อสร้าง ห้างสพลก่อสร้าง และห้างเรืองวิทย์
การเบิกจ่ายเงินและการชี้มูลความผิด
การเบิกจ่ายเงินใน 7 โครงการแรก อนุมัติจ่าย 6 โครงการ (ยกเว้นโครงการที่ 8 ที่ยกเลิกสัญญา) โดยพบว่ามีการโอนเงินไปยังบุคคลที่เกี่ยวข้องกับนายเกรียงและพวก ส่วน 6 โครงการหลัง อนุมัติจ่าย 4 โครงการ (อีก 2 โครงการยกเลิกสัญญา) ก็มีการโอนเงินในลักษณะเดียวกัน
คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดดังนี้
- นางรจนาและนายพงษ์ศักดิ์ มีมูลความผิดอาญาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 151 ประกอบมาตรา 91 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 มาตรา 12 ประกอบมาตรา 91 รวมทั้งความผิดตาม พ.ร.บ.เทศบาล
- นางสาวรัตติกา นายวีระ และห้างต่างๆ (อุบลมนตรีก่อสร้าง อุบลประเสริฐ สุภาภรณ์อุบลก่อสร้าง สพลก่อสร้าง เรืองวิทย์) มีมูลความผิดฐานสนับสนุนเจ้าหน้าที่ของรัฐ
- นายเกรียง ในฐานะสส. มีมูลความผิดตามมาตรา 151 ประกอบมาตรา 86 และมาตรา 91 และ พ.ร.บ.เสนอราคา มาตรา 13 ประกอบมาตรา 91 หลังพ้นตำแหน่งเป็นฐานสนับสนุน
- นายกานต์ ก่อนเป็นสว. ฐานสนับสนุน ขณะเป็นสว. มีมูลความผิดตามมาตรา 151 ประกอบมาตรา 86 และมาตรา 91 และ พ.ร.บ.เสนอราคา มาตรา 13
- เจ้าหน้าที่บางรายมีมูลความผิดทางวินัยไม่ร้ายแรง
สำหรับห้างช่อโชคชัยและห้างเรืองวิทย์ซึ่งสภาพร้าง ให้จำหน่ายคดี ส่วนนิติบุคคลอื่นไม่มีมูลความผิด ป.ป.ช.จะส่งสำนวนไปยังอัยการสูงสุดเพื่อดำเนินคดีในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และส่งไปยังผู้บังคับบัญชาเพื่อดำเนินการทางวินัย รวมทั้งแจ้งให้คณะกรรมการการเลือกตั้งทราบ



