จับมือรวบ 2 สามีภรรยาชาวเมียนมาดัดแปลงรถเข็นขายข้าวเกรียบปากหม้อ
จับมือรวบ 2 สามีภรรยาชาวเมียนมาดัดแปลงรถเข็นขายข้าวเกรียบปากหม้อ

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นำโดย พล.ต.ต. ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบช.ก. พ.ต.อ. จักรกฤษณ์ จำปาเทศ รอง ผบช.ก. พ.ต.อ. ธีรศักดิ์ สงวนทรัพย์ ผกก.2 บก.ป. พ.ต.ท. เสกสรรค์ เทพทอง พ.ต.ท. สมพล ฉัตรทอง สว.กก.2 บก.ป. และชุดปฏิบัติการที่ 1 กก.2 บก.ป. ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย คือ นาย เอ (นามสมมุติ) อายุ 33 ปี และนาง บี (นามสมมุติ) อายุ 30 ปี ชาวเมียนมา พร้อมของกลางบุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์รวม 1,146 ชิ้น มูลค่ากว่า 200,000 บาท

การสืบสวนและจับกุม

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลางได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่ามีการลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าภายในซอยนวมินทร์ 74 แขวงนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร โดยผู้ขายใช้รถเข็นขายข้าวเกรียบปากหม้อเป็นร้านค้าบังหน้า เจ้าหน้าที่จึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและพบการกระทำผิดดังกล่าว

จากการสืบสวนพบว่า นาย เอ และนาง บี ซึ่งเป็นสามีภรรยากัน ได้ดัดแปลงรถเข็นขายข้าวเกรียบปากหม้อโดยติดตั้งชั้นวางของและตู้กระจกเพื่อใช้เป็นหน้าร้านขายบุหรี่ไฟฟ้า โดยอำพรางว่าเป็นร้านขายข้าวเกรียบปากหม้อตามปกติ แต่เมื่อลูกค้าสนใจก็จะเปิดตู้กระจกให้ดูสินค้าบุหรี่ไฟฟ้าที่ซ่อนอยู่ภายใน

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

พฤติกรรมและของกลาง

ผู้ต้องหาทั้งสองรับสารภาพว่าได้ลักลอบขายบุหรี่ไฟฟ้ามาประมาณ 2 เดือน โดยซื้อสินค้ามาจากเพื่อนชาวเมียนมาด้วยกัน ซึ่งลักลอบนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยมีรายได้จากการขายวันละประมาณ 500-1,000 บาท

ของกลางที่ยึดได้ประกอบด้วย บุหรี่ไฟฟ้าแบบใช้แล้วทิ้ง จำนวน 500 ชิ้น น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 346 ขวด หัวพอต จำนวน 300 ชิ้น รวมมูลค่ากว่า 200,000 บาท โดยเจ้าหน้าที่ได้นำส่งพนักงานสอบสวน สน. ลาดพร้าว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ข้อหาที่แจ้ง

เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาทั้งสองรายในข้อหา "ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้โดยประการใดซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงอากรศุลกากร" ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560 มาตรา 246 ประกอบมาตรา 242 และข้อหา "มีไว้ในครอบครองเพื่อขายซึ่งสินค้าต้องห้ามตามประกาศคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค" ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522

พล.ต.ต. ธีรเดช กล่าวว่า "การกระทำดังกล่าวเป็นการหลีกเลี่ยงกฎหมายและเป็นการบ่อนทำลายเศรษฐกิจของประเทศ รวมทั้งเป็นการเสี่ยงต่อสุขภาพของประชาชนที่ใช้บุหรี่ไฟฟ้าซึ่งยังไม่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานสาธารณสุข" เจ้าหน้าที่ฝากเตือนผู้ที่ลักลอบขายบุหรี่ไฟฟ้าว่ามีความผิดตามกฎหมายและจะถูกดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด