มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ออกแถลงการณ์รุนแรง กล่าวหาสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สถ.) แทรกแซงกระบวนการสอบคัดเลือกบุคลากร โดยเปิดเผยหลักฐานการทุจริตต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ระหว่างการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569
มศว เปิดโปงหลักฐานทุจริตในการสอบ
ในการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 ผู้แทนจาก มศว ได้นำเสนอเอกสารและบันทึกเสียงที่แสดงให้เห็นว่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงของ สถ. มีการสั่งการให้เปลี่ยนแปลงผลการสอบคัดเลือกเพื่อเอื้อประโยชน์แก่ผู้สมัครบางราย โดยมีการเรียกรับเงินค่าตอบแทนเป็นจำนวนเงินตั้งแต่ 500,000 ถึง 1,000,000 บาทต่อราย
“เรามีหลักฐานชัดเจนว่า สถ. มีการแทรกแซงการสอบอย่างเป็นระบบ” ศาสตราจารย์ ดร.สมชาย วงศ์วัฒนา อธิการบดี มศว กล่าว “การกระทำนี้เป็นการทำลายความยุติธรรมและความโปร่งใสในการสรรหาบุคลากรของรัฐ”
นายกฯ สั่งการเด็ดขาดปิดทางวิ่งเต้น
นายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า ได้สั่งการให้ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยด่วน พร้อมย้ำว่า “รัฐบาลไม่มีนโยบายให้มีการวิ่งเต้นหรือซื้อขายตำแหน่ง ไม่ว่าจะในหน่วยงานใดก็ตาม ผู้ที่กระทำผิดจะต้องรับโทษตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด”
นายกฯ ยังกล่าวอีกว่า “ป.ป.ช. จะต้องสอบสวนเรื่องนี้อย่างรวดเร็วและโปร่งใส เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าระบบราชการไทยจะปราศจากการทุจริต”
สถ. ปฏิเสธข้อกล่าวหา
ด้านสำนักงานสถิติแห่งชาติ ออกแถลงการณ์ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด โดยระบุว่า “การสอบคัดเลือกเป็นไปด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรม มีคณะกรรมการตรวจสอบจากภายนอกร่วมสังเกตการณ์” พร้อมทั้งระบุว่าพร้อมให้ความร่วมมือกับ ป.ป.ช. ในการตรวจสอบข้อเท็จจริง
นางสาวอารีรัตน์ ภิรมย์ภักดี รองผู้อำนวยการ สถ. กล่าวว่า “เราไม่มีนโยบายแทรกแซงการสอบ และไม่เคยมีคำสั่งให้เปลี่ยนแปลงผลการสอบใดๆ ทั้งสิ้น หลักฐานที่ มศว อ้างถึงนั้นเป็นเท็จและมีเจตนาทำลายชื่อเสียงของหน่วยงาน”
กมธ.ป.ป.ช. รับเรื่องสอบสวน
คณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (กมธ.ป.ป.ช.) รับเรื่องดังกล่าวไว้ดำเนินการ โดยมีกำหนดเรียกผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดมาให้ปากคำภายใน 30 วัน พลตำรวจเอก วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. กล่าวว่า “คดีนี้มีความอ่อนไหวและส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน เราจะดำเนินการอย่างรอบคอบและรวดเร็วที่สุด”
ผลกระทบต่อระบบราชการ
เหตุการณ์นี้สร้างความกังวลในวงการข้าราชการและหน่วยงานรัฐ โดยเฉพาะเรื่องความโปร่งใสในการสรรหาบุคลากร นักวิชาการหลายรายชี้ว่าหากข้อกล่าวหาเป็นจริง จะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของระบบราชการไทยและความเชื่อมั่นของประชาชน
ดร.วิวัฒน์ ศรีวิโรจน์ นักวิชาการด้านรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า “การสอบคัดเลือกเป็นกระบวนการสำคัญในการสรรหาคนดีคนเก่งเข้ารับราชการ หากมีการทุจริตในขั้นตอนนี้ จะทำให้ระบบราชการอ่อนแอและขาดประสิทธิภาพ”



