DSI ยุติคดีพระธัมมชโย-ศศิธร ปมฟอกเงิน-รับของโจร สหกรณ์คลองจั่น ขาดอายุความ
DSI ยุติคดีพระธัมมชโย-ศศิธร ปมฟอกเงิน ขาดอายุความ (26.03.2026)

DSI ยุติคดีพระธัมมชโย-ศศิธร ปมฟอกเงินและรับของโจร สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ขาดอายุความ

กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ได้ทำหนังสือแจ้งยุติการดำเนินคดีกับพระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ สุทธิผล) หรือที่รู้จักในนามพระราชภาวนาวิสุทธิ์ หรือพระอธิการไชยบูลย์ ธัมมชโย และนางศศิธร ในข้อหาฐานสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และรับของโจร ตามกฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและประมวลกฎหมายอาญา โดยอ้างเหตุผลว่าคดีดังกล่าวขาดอายุความแล้ว

รายละเอียดการยุติคดีและข้อกล่าวหา

เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 อัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 4 สำนักงานอัยการสูงสุด ได้มีหนังสือแจ้งคำสั่งยุติการดำเนินคดีแก่ผู้ต้องหาในคดีนี้ ซึ่งรวมถึงพระธัมมชโยในฐานะผู้ต้องหาที่ 2 และนางศศิธรในฐานะผู้ต้องหาที่ 5 ข้อกล่าวหาหลักเกี่ยวข้องกับความผิดฐานฟอกเงินและรับของโจร ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม รวมถึงประมวลกฎหมายอาญา

คดีนี้มีที่มาจากการรับเช็คบริจาคจากนายศุภชัย อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ซึ่งนำไปสู่การกล่าวโทษในข้อหาฟอกเงินและรับของโจร อย่างไรก็ตาม DSI ได้ตัดสินใจยุติการดำเนินคดี เนื่องจากคดีขาดอายุความ ทำให้ไม่สามารถดำเนินกระบวนการทางกฎหมายต่อไปได้

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ผลกระทบและความสำคัญของคดี

การยุติคดีในครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อกระบวนการยุติธรรมและความเชื่อมั่นของสาธารณชนในระบบกฎหมายไทย โดยเฉพาะในประเด็นการฟอกเงินและการทุจริตทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับสถาบันการเงินอย่างสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น คดีนี้ยังสะท้อนถึงความซับซ้อนและความท้าทายในการดำเนินคดีทางอาญาที่มีอายุความจำกัด

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

แม้ว่าคดีจะยุติลงเนื่องจากขาดอายุความ แต่ประเด็นเรื่องความโปร่งใสและความรับผิดชอบในภาคการเงินยังคงเป็นหัวข้อสำคัญที่สังคมไทยให้ความสนใจต่อไป